วันนี้ (14 กรกฎาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยจัดตั้ง ‘กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว’ และ ‘กระทรวงกีฬา’
ประเด็นสำคัญ
รัชดาระบุว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ซึ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในฐานะกลไกสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการท่องเที่ยวมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่
รัฐบาลเห็นว่า การรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไว้ในกระทรวงเดียวกัน จะช่วยให้การกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพในการบูรณาการงาน และใช้ Soft Power ด้านวัฒนธรรมเป็นฐานในการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้แก่ชุมชน ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
ส่วนภารกิจด้านกีฬา รัฐบาลเห็นว่าเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมกีฬา จึงควรมีหน่วยงานระดับกระทรวงรับผิดชอบโดยตรง เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นระบบ
ครม. จึงมีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎหมายตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ พร้อมส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ก่อนส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือวิปรัฐบาล พิจารณา และเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป
ตั้ง ‘กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว’
สาระสำคัญของร่างกฎหมายกำหนดให้จัดตั้ง ‘กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว’ และยกเลิกกระทรวงวัฒนธรรม โดยรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไว้ด้วยกัน
กระทรวงใหม่จะมีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนวัฒนธรรมสร้างสรรค์
ส่วนราชการภายในกระทรวง ประกอบด้วย
- สำนักงานรัฐมนตรี
- สำนักงานปลัดกระทรวง
- กรมการท่องเที่ยว
- กรมการศาสนา
- กรมศิลปากร
- กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
- สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
แยกตั้ง ‘กระทรวงกีฬา’
ร่างกฎหมายยังกำหนดให้จัดตั้ง ‘กระทรวงกีฬา’ และยกเลิกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยให้กระทรวงกีฬามีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการพลศึกษาและการกีฬา ตั้งแต่กีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชน กีฬาเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ และกิจกรรมนันทนาการ
ภารกิจยังครอบคลุมการศึกษาและวิจัย วิทยาศาสตร์การกีฬา นวัตกรรมและเทคโนโลยีการกีฬา การบริหารจัดการกีฬา ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศ
ส่วนราชการภายในกระทรวงกีฬา ประกอบด้วย
- สำนักงานรัฐมนตรี
- สำนักงานปลัดกระทรวง
- กรมพลศึกษา
รัชดายืนยันว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะไม่มีการเพิ่มจำนวนตำแหน่ง อัตรากำลัง และงบประมาณในภาพรวม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความคุ้มค่า และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินภารกิจของรัฐ
ปลัด วธ. เดิม นั่งปลัดกระทรวงใหม่
ด้าน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ครม. ได้อนุมัติหลักการร่างกฎหมายปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการจัดทำร่างกฎหมายและเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา
ซาบีดาระบุว่า กระทรวงที่รวมภารกิจด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจะใช้ชื่อว่า ‘กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว’ โดยปลัดกระทรวงวัฒนธรรมคนปัจจุบันจะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ส่วนปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนปัจจุบันจะเป็นปลัดกระทรวงกีฬา
ทั้งนี้ จะมีการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับโครงสร้าง โดยมี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นประธานการประชุม
คาดกระบวนการแล้วเสร็จไม่เกินต้นปีหน้า
ขณะที่ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังจาก ครม. เห็นชอบหลักการแล้ว ร่างกฎหมายจะต้องผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระ และผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา โดยคาดหวังว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 หรือไม่เกินต้นปี 2570
สุรศักดิ์กล่าวว่า หน่วยงานหลักในกระทรวงกีฬาจะประกอบด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดิม กรมพลศึกษา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
ส่วนภารกิจด้านการท่องเที่ยว ทั้งกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และตำรวจท่องเที่ยว จะไปอยู่ภายใต้โครงสร้างหรือการกำกับดูแลที่เชื่อมโยงกับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
สุรศักดิ์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารกำลังคนระดับสูงในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากเดือนตุลาคมนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีรองปลัดกระทรวง 2 คน และผู้ตรวจราชการระดับสูงอีก 2 คน เกษียณอายุราชการ ทำให้อาจเหลือข้าราชการระดับสูงในสำนักงานปลัดกระทรวงเพียงปลัดกระทรวงคนเดียว
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากมีความจำเป็น กระทรวงสามารถเสนอเรื่องการแต่งตั้งบุคลากรระดับสูงเข้ามาให้พิจารณาได้ เพื่อไม่ให้การปฏิบัติงานในช่วงปรับโครงสร้างเกิดความติดขัด


