วันนี้ (8 กันยายน) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลศรีลังกา พร้อมรับรองบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน เพื่อเปิดทางนำเข้าแรงงานชาวศรีลังกาจำนวน 10,000 คน มุ่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม พร้อมวางระบบการจ้างงานที่โปร่งใส ถูกกฎหมาย และครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นผลจากการหารือและประสานงานอย่างต่อเนื่องหลายปี เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของภาคเอกชนและนายจ้างที่เผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในบางภาคส่วน รัฐบาลจึงเร่งเพิ่มช่องทางการจัดหาแรงงานต่างชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยกำหนดเป้าหมายเบื้องต้นในการรับแรงงานจากศรีลังกาจำนวน 10,000 คน เพื่อช่วยเติมเต็มกำลังแรงงานในส่วนที่ขาดแคลน
สำหรับสาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครอบคลุมตั้งแต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดแรงงาน กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการพัฒนาทักษะฝีมือและเพิ่มผลิตภาพแรงงาน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันการสรรหาแรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ขณะที่บันทึกข้อตกลงด้านการจ้างงานได้กำหนดขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การสรรหา การระบุคุณสมบัติ และเงื่อนไขค่าตอบแทน โดยแรงงานจะต้องลงนามในสัญญาจ้างโดยตรงกับนายจ้างก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย
ในด้านการคุ้มครองสิทธิ รัฐบาลยืนยันว่าแรงงานศรีลังกาจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกับแรงงานท้องถิ่น ภายใต้หลักการไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานไทย รวมถึงสิทธิในการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหากเกิดข้อพิพาท ทั้งนี้ แรงงานจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพ มีหลักฐานประกันสุขภาพ และได้รับใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง โดยสามารถทำงานได้เฉพาะกับนายจ้างและในอาชีพที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น สัญญาจ้างงานมีระยะเวลา 2 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 2 ปี ซึ่งเมื่อสิ้นสุดสัญญานายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งแรงงานกลับประเทศต้นทางทั้งหมด
การเดินหน้าความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อการเพิ่มจำนวนแรงงานเข้าสู่ระบบเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานการจ้างงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีสัญญาจ้างที่ชัดเจน และเป็นการลดความเสี่ยงจากขบวนการค้ามนุษย์และการสรรหาแรงงานผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม


