ความคืบหน้ากรณีคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นขออนุมัติหมายจับบุคคลและนิติบุคคลรวม 30 หมายจับ ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และฐานฉ้อโกงประชาชนประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เมื่อวานนี้ (13 กรกฎาคม)
โดยศาลอาญาได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการยุติธรรมตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงมีคำสั่งยกคำร้องในส่วนของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมผู้ถูกกล่าวหารวม 22 ราย เนื่องจากมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและอยู่ในวิสัยที่สามารถออกหมายเรียกได้ พร้อมทั้งอนุมัติหมายจับให้เพียง 2 รายที่มีพยานหลักฐานและผู้เสียหายชัดเจนนั้น
วันนี้ (14 กรกฎาคม) เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 (กก.สส.ปป.บก.ตม.2) ร่วมกันเข้าทำการจับกุมตัว ธีรพงษ์ คงแก้ว หรือ โค้ชเจมส์ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับในคดีดังกล่าว
การจับกุมในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ธีรพงษ์ หรือโค้ชเจมส์ ได้เดินทางกลับเข้าประเทศไทยจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมจัดทำบันทึกจับกุมและส่งตัวให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดำเนินการตามกฎหมาย โดยในระหว่างการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ด้วยการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งส่งมอบตัว
สำหรับพฤติการณ์ในคดีของ ธีรพงษ์ หรือโค้ชเจมส์ จัดอยู่ในกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือ ไอบี (IB : Introducing Broker) ซึ่งมีพฤติการณ์ให้คำแนะนำและสอนการเทรดลงทุน ก่อนจะชักชวนให้ผู้ที่สนใจสมัครลงทุนกับโบรกเกอร์ในกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ และบริษัทผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Payment Gateway) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ผู้เสียหายส่วนใหญ่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้
ต่อมาเวลา 11.25 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวธีรพงษ์มาถึงโถงรับรอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 2 อาคารซี โดยผู้ต้องหาแต่งกายด้วยเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยและไม่ได้มีการสวมกุญแจมือควบคุมตัว เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการลงทุน ธีรพงษ์เพียงแต่ยิ้มและพยักหน้าตอบรับโดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดใดๆ
ด้าน อมร กุศล ทนายความส่วนตัว ได้กล่าวชี้แจงแทนลูกความว่า ทางฝั่งผู้ต้องหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และฐานฉ้อโกงประชาชน พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาเคยยื่นหนังสือคำร้องขอประเด็นการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวนแล้ว จึงเกิดความแปลกใจว่าเหตุใดจึงมีการขออนุมัติออกหมายจับในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะเข้าชี้แจงและสู้คดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ภาพ: (เบลอหน้าคนตรงกลาง)


