×

นายกฯ ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนข้ามด่านสะเดาแห่งใหม่ เชื่อมเศรษฐกิจชายแดน สู่พื้นที่แห่งโอกาส ดันเศรษฐกิจภูมิภาค

โดย THE STANDARD TEAM
10.07.2026
  • LOADING...
นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่

วันนี้ (10 กรกฎาคม) เวลา 11.35 น. ที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ร่วมกับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และภริยา เป็นประธานเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม

ดูภาพข่าว 

โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน

 

เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางมาถึง ได้เดินข้ามฝั่งไปยังด่านบูกิตกายูฮิตัม โดยมีอันวาร์และภริยามาต้อนรับ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้จับมือและกอดทักทายกัน จากนั้นนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียได้เดินเข้าไปด้านในของด่านฝั่งมาเลเซีย เพื่อเปิดแผ่นจารึก ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่ฝ่ายมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ

 

ได้ครับ นี่คือฉบับที่ตรวจแก้คำผิดและปรับสำนวนให้ลื่นไหลในรูปแบบข่าว โดยคงสาระเดิมทั้งหมด

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้ร่วมกันกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยอนุทิน กล่าวขอบคุณอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกด้าน รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสันติสุขและการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย–ภาคเหนือของมาเลเซีย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ด่านสะเดาแห่งใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็น “ประตูเศรษฐกิจ” ที่จะเชื่อมโยงผู้คน การค้า และการลงทุนของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยด่านสะเดา–บูกิตกายูฮิตัม ถือเป็นประตูการค้าชายแดนที่สำคัญที่สุดของไทยกับมาเลเซีย และเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งหลักของภูมิภาค ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการเดินทางระหว่างสองประเทศ

 

รัฐบาลเชื่อว่า เมื่อถนนเชื่อมต่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ จะช่วยลดความแออัดบริเวณด่าน ลดระยะเวลารอคอยและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าสินค้าได้รวดเร็วขึ้น เกษตรกรสามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจขนส่ง การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และภาคบริการในจังหวัดชายแดนก็จะได้รับอานิสงส์จากการเดินทางที่สะดวกยิ่งขึ้น

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า จากการหารืออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเมื่อวานนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งพัฒนาการเชื่อมโยงพื้นที่ชายแดน ทั้งในพื้นที่สงขลา–เคดาห์ สตูล–เปอร์ลิส และนราธิวาส–กลันตัน ควบคู่กับการผลักดันเขตเศรษฐกิจชายแดน การอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

 

รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงชายแดนในครั้งนี้ จะช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ สร้างการจ้างงาน เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งสองประเทศเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ไทยและมาเลเซียตั้งเป้าร่วมกันขยายมูลค่าการค้าให้ถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่าการค้าผ่านด่านสะเดาเพียงด่านเดียวคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของการค้าชายแดนไทย–มาเลเซียทั้งหมด สะท้อนบทบาทของพื้นที่แห่งนี้ในฐานะหัวใจของการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างสองประเทศ

 

สำหรับด่านสะเดาแห่งใหม่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา มีพื้นที่โครงการกว่า 596 ไร่ จัดให้มีช่องตรวจรถยนต์ฝั่งละ 11 ช่อง ช่องตรวจคนเข้าเมืองฝั่งละ 14 ช่อง และอาคารตรวจสินค้า (Cargo Terminal) รองรับรถบรรทุกเข้า–ออกขาละ 8 ช่องตรวจ พร้อมติดตั้งระบบ X-ray แบบ Fast Scan จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุก เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการตรวจปล่อยสินค้า

 

อย่างไรก็ตาม การเปิดด่านในครั้งนี้มีขึ้นภายหลังที่ ครม. เห็นชอบตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอให้เปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ บริเวณหลักเขตแดนที่ 23/9-23/10 และปิดจุดผ่านแดนเดิมบริเวณหลักเขตแดนที่ 22-23 โดยให้มีผลบังคับใช้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป กำหนดเวลาทำการตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย ระหว่างเวลา 05.00-23.00 น. ของทุกวัน

 

 

นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ 1นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ 2นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ 3นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ 4นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ 5นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ 6นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ 7

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising