สืบเนื่องจากกรณีที่ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ได้บรรยายที่สถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีการพาดพิงถึงสื่อโฆษณาหาเสียงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ว่ามีลักษณะเกินขนาดและผิดกฎหมายนั้น
วันนี้ (4 กรกฎาคม) ฝ่ายกฎหมายของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าการดำเนินการหาเสียงทั้งหมดได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงได้ผ่านการหารือและแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้วในทุกขั้นตอน โดยมีรายละเอียดการชี้แจงทางกฎหมาย 2 ประเด็นหลัก ดังนี้
ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงฯ พ.ศ. 2563 ได้นิยามแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ว่าเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง ถูกยึดไว้บนโครงไม้ โครงโลหะ หรือยึดติดกับอาคารหรือพื้นที่ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ส่วนประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งถูกนิยามว่าต้องพิมพ์ลงบนกระดาษหรือวัสดุคล้ายกระดาษ เพื่อใช้ติดตั้งบนอาคารหรือสิ่งที่ไม่อาจเคลื่อนที่ได้เช่นกัน
ฝ่ายกฎหมายชี้แจงว่า สื่อโฆษณาของชัชชาติที่ติดตั้งบนรถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (MRT) รวมถึงจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตจากวัสดุประเภทสติกเกอร์และปิดทับบนพาหนะที่เคลื่อนที่ได้ จึงไม่เข้าข่ายนิยามของประกาศหรือแผ่นป้ายหาเสียงตามระเบียบดังกล่าว ส่งผลให้ไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องการจำกัดขนาดและจำนวน นอกจากนี้ กฎหมายเลือกตั้งยังเปิดกว้างให้อนุญาตการหาเสียงด้วยวิธีการอื่นได้ โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะรูปแบบแผ่นป้ายหรือประกาศแบบดั้งเดิม
ฝ่ายกฎหมายระบุเพิ่มเติมว่า ตามประกาศ กกต. เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งฯ พ.ศ. 2563 อนุญาตให้มีค่าใช้จ่ายในหมวดโฆษณาสื่อต่างๆ ซึ่งรวมถึงค่าโฆษณาอื่นที่เป็นการกระทำเพื่อหาเสียงเลือกตั้ง โดยทีมงานชัชชาติได้ทำหนังสือแจ้งรายละเอียดการปิดสติกเกอร์บนรถโดยสารประจำทางต่อ กกต. ไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2569
นอกจากนี้ กกต. เคยมีหนังสือตอบข้อหารือยืนยันว่า การเช่าพื้นที่โฆษณาบนยานพาหนะสาธารณะถือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียง และยานพาหนะดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียง ตามข้อ 23 (3) ของระเบียบฯ เจ้าของพาหนะจึงสามารถนำรถไปประกอบอาชีพรับจ้างได้ตามปกติ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ในการอบรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำตอบยืนยันกับผู้สมัครว่า การหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะสามารถกระทำได้ และไม่ถือเป็นประกาศหรือแผ่นป้ายที่ถูกจำกัดขนาด เพียงแต่ต้องนำงบประมาณส่วนนี้ไปคำนวณรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเท่านั้น
ฝ่ายกฎหมายของชัชชาติ ขอให้สาธารณชนรับทราบและเข้าใจอย่างถูกต้องว่า การหาเสียงของทีมงานเป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบทุกประการ พร้อมทั้งฝากถึงผู้ที่พาดพิง ให้ทำการตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ ออกสู่สาธารณะ


