วันนี้ (3 กรกฎาคม) เวลา 18.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้รายงานว่า พบมีการแก้ไขคะแนนจากการสุ่มตรวจสอบ ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อมูลไว้
ในวันนี้นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการในส่วนของผู้ที่ได้รับการเรียกจากบัญชีบรรจุกว่า 15,000 คน ให้มีการตรวจสอบเบื้องต้นว่า มีความผิดปกติในเรื่องของคะแนนหรือไม่ หากพบความผิดปกติ ก็ต้องดำเนินการต่อ พร้อมส่งข้อมูลประกอบให้หน่วยงานที่ทำงานร่วมกันดำเนินการควบคู่กันไป
หากพบว่าเป็นความผิดพลาดจริง หรือเกิดการทุจริตจริง ก็ต้องดำเนินการยกเลิก ซึ่งสอดคล้องกับมติของกองกลางที่มีมาก่อนหน้านี้ คือ ให้มีกระบวนการตรวจสอบใหม่ โดยหลังจากล็อตวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จะขอให้ชะลอการบรรจุไว้ก่อน เพื่อรอผลการตรวจสอบ หลังจากการตรวจสอบแล้วเสร็จ ขอเน้นย้ำว่า ผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต ก็จะดำเนินการตามกระบวนการต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีผู้สอบบรรจุได้มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม โดยไม่อยากให้มีการชะลอการบรรจุ เนื่องจากสอบได้โดยสุจริต วรศิษฎ์ กล่าวว่า หลังจากรอบ 3 วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ตามมติของกองกลางในการประชุมครั้งก่อน ก็ยังมีมติให้ชะลอไว้ก่อน เพื่อรอข้อเท็จจริง โดยต้องคำนึงไม่ให้กระทบกับผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง
ขณะนี้ยังมีระยะเวลารอการใช้บัญชีบรรจุอยู่ เมื่อผลการตรวจสอบออกมา ก็สามารถเรียกใช้บัญชีบรรจุได้ทันที แต่ต้องหลังจากข้อเท็จจริงปรากฏแล้วว่า มีผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต
เมื่อถามถึงกรณีที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ออกแถลงการณ์ให้เปิดแฟลชไดรฟ์ที่มีข้อสอบทั้งของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มองเรื่องนี้อย่างไร วรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ส่วนสิ่งที่เราต้องทำคือพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้ ตนเชื่อว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีข้อมูลดังกล่าวอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ได้สั่งระงับการจ่ายค่าจ้างให้กับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือยัง ศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า เหลืองวดที่ 3
ขณะที่ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังคณะกรรมการฯ ที่มี สันติ ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขคะแนน และมีผู้ที่มีแนวโน้มหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ได้รับการว่าจ้าง เอกชน บุคคลภายนอก รวมถึงบริษัทที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไปตรวจค้นที่จังหวัดนนทบุรี และยังมีบุคคลอื่นอีก ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องอยู่ในกระบวนการจำนวนมาก
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้นำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาตั้งคณะกรรมการสอบวินัยบุคคลที่อยู่ในข่ายของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 5 คน
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งกำลังสอบสวนอยู่ประมาณ 10 กว่าคน และจะมีการขยายผลต่อไป รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะตรวจสอบย้อนหลังว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยใช้เวลา 3-6 เดือน จึงเป็นที่มาว่าผู้เกี่ยวข้องไม่ได้มีเพียงแค่ 5 คน
เมื่อถามว่า สรุปว่าการตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ 5 คน เป็นการสอบวินัยธรรมดาหรือสอบวินัยร้ายแรง อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้มี 2 ส่วน โดยการตั้งสอบวินัยสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว ส่วนการตั้งสอบวินัยร้ายแรงต้องเป็นเรื่องที่กระทบต่อสาธารณะ ทำให้กระทรวงเสียชื่อเสียง ซึ่งกลุ่มงานวินัยของกระทรวงมหาดไทยกำลังเสนอเรื่องขึ้นมา
เมื่อสักครู่ได้ข้อสรุปและได้ตัวประธานแล้ว ขณะนี้ผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้นำเอกสารมาสู่กลุ่มงานวินัย เพราะการแถลงข่าวเมื่อวาน (2 ก.ค.) ถือว่าเร็วกว่ากำหนด 1 วัน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีต้องการให้แถลงทันที เพราะประชาชนให้ความสนใจ ขณะที่วันนี้ครบ 7 วันของการตรวจสอบ
ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ตนจะลงนามคำสั่งภายใน 1-2 วันนี้ และทุกคนจะทราบรายละเอียด
เมื่อถามว่า กรณีนี้สามารถให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่
เมื่อถามว่า พอจะบอกได้หรือไม่ว่า ทั้ง 5 คนที่ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงอยู่ในระดับใด เพราะนายกรัฐมนตรีบอกว่าหากไม่ใหญ่จริงทำไม่ได้ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า การจะบอกว่าบุคคลใดกระทำความผิด ต้องสืบสวนให้ถึงที่สุดก่อน แต่วันนี้ต้องบอกว่าอยู่ในข่ายผู้เกี่ยวข้อง เพราะคนเหล่านี้อยู่ในกระบวนการที่ต้องรับผิดชอบ หลังเกิดการทุจริตและขยายวงกว้างจนประชาชนรับไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเงิน หรือการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่ได้มีการตรวจสอบเชิงลึกว่า มีการทุจริตในจุดใด เช่น มีการรับเงินที่ไหน เมื่อใด
เมื่อถามย้ำว่า ทั้ง 5 คนมีตำแหน่งถึงระดับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบของกรมตั้งแต่ระดับสูงลงมา
เมื่อถามว่า เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ภายหลังมีกระแสข่าวยื่นลาออกจากปมทุจริตสอบท้องถิ่น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า “เมื่อสักครู่ตนสอบถาม แต่ไม่รู้นะ มีเรื่องอื่นด้วย และตนไม่ทราบว่าเรื่องอื่นคือเรื่องอะไร”
เมื่อถามย้ำว่า เรื่องอื่นคือเรื่องอะไร อรรษิษฐ์ กล่าวว่า “เรื่องอื่นไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร”
เมื่อถามว่า ใช่เรื่องเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า “เรื่องสอบก็เห็นตามที่ทุกคนเห็น ตนก็ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องหรือเปล่า”
เมื่อถามถึงการจัดทำ TOR เพื่อคัดเลือกบริษัทที่จะมาจัดสอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทั้ง 4 คน จะมีการตรวจสอบหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มต้นมาตั้งนานแล้ว มีส่วนเกี่ยวข้องกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในอดีตจนถึงปัจจุบัน รวม 4 คน
แต่ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายใน 7 วัน เพื่อชี้แจงต่อประชาชนว่ามีการทุจริตหรือไม่ มีการแก้ไขกระดาษคำตอบหรือไม่ ซึ่งผลจะทราบเพียงในประเด็นดังกล่าว ส่วนเรื่อง TOR สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กำลังตรวจสอบอยู่
เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินคดีอาญากับข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 คนหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “แน่นอน”
เมื่อถามว่า ข้าราชการ พ. ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และขณะนี้ได้ลาออกไปแล้ว จะมีการเรียกกลับมาสอบหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะถูกเรียกมาสอบ เพราะแม้จะลาออกไปแล้ว การได้รับข้อมูลจากบุคคลดังกล่าวยังเป็นสิ่งสำคัญ บางทีอาจถูกกันไว้เป็นพยานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขยายผลให้กว้างขึ้น


