×

เปิดผลสอบโกงสอบท้องถิ่น พบหลักฐานแก้คะแนน-แก้กระดาษคำตอบ สั่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ จ่อสอบ TOR-ใช้ AI เพิ่ม

โดย THE STANDARD TEAM
02.07.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงข่าวผลสอบโกงสอบท้องถิ่น

วันนี้ (2 กรกฎาคม) 1 ชั่วโมงหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ สันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ก่อนครบกำหนด 7 วันที่สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ตึกนารีสโมสร

 

 
 

อนุทิน กล่าวว่า การสอบสวนครั้งนี้เป็นเพียงการสอบสวนเบื้องต้น โดยกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ของ 7 หน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานต่างมีอำนาจในการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของตนเอง ก่อนนำข้อมูลมาบูรณาการร่วมกัน

 

ทั้งนี้ หลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบกระแสข่าวเกี่ยวกับการทุจริตการสอบมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา จึงสั่งชะลอการสอบ พร้อมปรับมาตรฐานการจัดสอบใหม่ เปลี่ยนผู้ดำเนินการจัดสอบจากมหาวิทยาลัยเดิมเป็นอีกแห่งหนึ่ง และกำหนด TOR ใหม่ผ่านกระบวนการคัดเลือกของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

 

อย่างไรก็ตาม กว่าจะกลับมาจัดสอบอีกครั้งก็ใช้เวลากว่า 2 ปี เนื่องจากการสอบครั้งก่อนถูกยกเลิก ส่งผลให้ไม่มีการสอบนานกว่า 3 ปี ก่อนจะมีการจัดสอบในช่วงปลายปี 2568

 

อนุทิน กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ทุจริตอาจประเมินว่ารัฐบาลจะอยู่เพียง 4 เดือน และไม่น่าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก จึงไม่เกรงกลัว อีกทั้งยังคิดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายในกระทรวงมหาดไทย ทำให้ไม่มีผู้ใดรายงานเรื่องดังกล่าวมายังตน

 

แต่เมื่อ 7 หน่วยงานภายใต้ MOU เข้าตรวจสอบ จนนำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้อง และตนกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง จึงพบว่ามีความพยายามแก้ไขกระดาษคำตอบและไฟล์ข้อมูลคะแนน

 

“จากการตรวจสอบพบว่า ผู้สอบบางรายทำคะแนนในกระดาษคำตอบได้ 45 คะแนน แต่คะแนนที่ประกาศโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกลับเป็น 77 คะแนน อีกคนทำได้ 33 คะแนน แต่ประกาศผลเป็น 70 คะแนน การสุ่มตรวจ 80 คน พบลักษณะเช่นนี้ทั้งหมด” อนุทิน กล่าว

 

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า กระบวนการทุจริตครั้งนี้มีการเตรียมการอย่างเป็นระบบ โดยพบร่องรอยการใช้ดินสอฝนคำตอบ และมีการอ้างว่ากระดาษคำตอบมีจำนวนมากจนตรวจไม่ทัน ก่อนมีการสร้างกระดาษคำตอบขึ้นใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI

 

“เมื่อเห็นลักษณะเช่นนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยแล้วว่ามีการทุจริตอย่างแน่นอน” อนุทิน กล่าว พร้อมระบุว่า กระทรวงมหาดไทยจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

อนุทิน กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลเป็นผู้เริ่มกระบวนการตรวจสอบ โดยมอบหมายให้ทั้ง 7 หน่วยงานภายใต้ MOU ร่วมกันปราบปรามการทุจริต ซึ่งขณะนี้พบหลักฐานจำนวนมาก ทั้งเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงของขบวนการ พร้อมย้ำหลักการว่า ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ข้าราชการ 5 คนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องอยู่ในระดับใด อนุทิน กล่าวว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ แต่หากไม่ใช่บุคคลระดับสูงก็คงไม่สามารถเข้าถึงเอกสารและกระบวนการต่างๆ ได้ พร้อมกล่าวถึงผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วว่า “ขอแสดงความเสียใจ หากตรวจสอบแล้วพบว่าการบรรจุได้มาโดยมิชอบ ทุกอย่างต้องเป็นโมฆะ ใครทำอะไรไว้ย่อมรู้แก่ใจ”

 

หลังจากนี้ ทุกหน่วยงานจะร่วมกันเพิ่มน้ำหนักพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าวอย่างถึงที่สุด โดยทันทีที่ทราบข้อเท็จจริง ตนได้แจ้งปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ชะลอการบรรจุข้าราชการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม

 

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งมีบุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการ โดยแม้ตนจะเสนอให้ชะลอการบรรจุ แต่คณะกรรมการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย และมีมติให้ดำเนินการบรรจุต่อไป

 

เมื่อถามว่า ในช่วงรัฐบาล ‘หนู 1’ เหตุใดผู้ทุจริตจึงกล้าดำเนินการ อนุทิน กล่าวว่า เป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ หลายฝ่ายอาจย่ามใจ และเพิ่งกลับมาทำงานได้เต็มรูปแบบหลังการเลือกตั้ง

 

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยจะตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้ที่เข้าข่ายกระทำผิด ขณะที่อีก 6 หน่วยงานภายใต้ MOU จะดำเนินการสอบสวนควบคู่กัน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้การดำเนินคดีมีพยานหลักฐานแน่นหนา เพราะคดีนี้อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญและผู้มีตำแหน่งระดับสูง จึงไม่สามารถกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานได้

 

“การแก้ข้อสอบ แก้คะแนน แก้ไฟล์ข้อมูล และการโอนเงิน ล้วนเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน รัฐบาลจะดำเนินการบนพื้นฐานของหลักฐานที่ชัดเจน ต้องมัดตัวให้แน่น ดิ้นไม่หลุด” อนุทิน กล่าว

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะตรวจสอบ TOR การจัดสอบ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องดี เพราะกระทรวงมหาดไทยก็จะตรวจสอบเช่นกัน โดยเฉพาะเหตุใด TOR จึงเปิดช่องให้ใช้ AI กับกระดาษคำตอบ พร้อมย้ำว่าตนมีประสบการณ์ด้านการจัดทำ TOR ตั้งแต่สมัยทำงานภาคเอกชน และจะตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด

 

อนุทิน ยังกล่าวว่า เชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าจัดสอบในลักษณะนี้อีก พร้อมแสดงความเห็นว่า แม้ไม่มีการสอบบรรจุมา 3 ปี แต่ประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตรงกันข้าม การมีบุคลากรน้อยลงกลับช่วยประหยัดงบประมาณ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ หากมีการบริหารจัดการที่ดี

 

นายกรัฐมนตรี ยังแสดงความมั่นใจว่า ทั้งตำรวจและ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะขอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี โดยกระทรวงพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แม้ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินคดีเอง

 

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการท้าทายอำนาจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ อนุทิน ตอบว่า ไม่ใช่การท้าทายอำนาจนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการท้าทายอำนาจของประชาชน เพราะผู้ที่สอบเข้ามาจะต้องเป็นข้าราชการรับใช้ประชาชน หากเข้ามาวันแรกก็โกง อนาคตประเทศย่อมมีปัญหา

 

เมื่อถามว่าจะสาวไปถึงผู้มีอำนาจที่อยู่เหนือข้าราชการหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล เพราะขณะนี้หลายหน่วยงาน ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย กำลังดำเนินการตรวจสอบพร้อมกัน

 

พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ มีการแก้ไขคะแนนและข้อมูลผลสอบอย่างชัดเจน เช่น ผู้สอบทำได้ 37 คะแนนในกระดาษคำตอบ แต่คะแนนในระบบคอมพิวเตอร์กลับเป็น 74 คะแนน ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการประมาทรัฐบาล ‘หนู 1’ มากเกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “หากจะมองอย่างนั้นก็เป็นธรรมดา เมืองไทยก็อย่างนี้”

 

ปลัดมท. ยันเอาคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาลงโทษ

 

ด้านอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่ากรณีนี้เกิดจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อร้องเรียน ซึ่งจากที่ได้ลงนามเอ็มโอยู 7 หน่วยงาน จึงเป็นที่มาของวันนี้ที่มีการจับกุมโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จังหวัดนนทบุรี โดยอนุทิน พูดตั้งแต่วันที่มีการจับกุมว่าคนที่ทุจริตเป็นพวกขายชาติ

 

หากเราบรรจุคนที่ไม่ดีเข้าสู่ระบบราชการก็จะทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย อย่างที่นายอนุทิน บอกว่าเราต้องชะลอการบรรจุ ก็ได้สั่งการกับตนซึ่งได้สั่งการไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่พอเข้าสู่ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เขาก็มีมติให้ผู้สอบผ่านได้บรรจุตามปกติ จึงเป็นที่มาของความวุ่นวายเพิ่มขึ้นอีกระดับ

 

ขอเรียนว่าทางกระทรวงมหาดไทยที่ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับ ป.ป.ช. ได้อายัดข้อมูลดิบที่เป็นกระดาษสอบกว่า 8 แสนแผ่นและมีการเปิดไทม์ไลน์ว่า 3-6 เดือนการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ รวมถึงจะมีการตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 7 วันทำการ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 3 กรกฎาคม แต่เราทำเสร็จก่อนเนื่องจากนายกฯมีความห่วงใย

 

รวมถึงเรื่องดังกล่าวมีประชาชนให้ความสนใจ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินใครเกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับผิดชอบ ต้องเอาคนที่อยู่เบื่องหลังทั้งหมดมาลงโทษให้ได้ และเมื่อกระทรวงตรวจสอบเสร็จแล้วก็จะส่งข้อมูลต่อไปยังป.ป.ช. ดำเนินการต่อ หากมีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยอีกก็จะตั้งกรรมการสอบเพิ่มเติม

 

5 ข้าราชการ สถ. เอี่ยวทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น

 

ขณะที่ สันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น แถลงว่า จากการแสวงหาข้อเท็จจริงและสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 15 ราย บางส่วนเดินทางมาให้ข้อมูลด้วยตนเอง และบางส่วนชี้แจงเป็นเอกสาร รวมถึงได้รวบรวมเอกสารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาให้ข้อแนะนำ เบื้องต้นได้ตรวจสอบข้อมูลจากทั้ง 10 ศูนย์สอบ พบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้ส่งภาพถ่ายและกระดาษคำตอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทันทีหลังการตรวจคำตอบแล้วเสร็จ

 

สันติธร กล่าวว่า ได้มีการสุ่มตรวจแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกภาพถ่ายและกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบทุกคน เปรียบเทียบกับประกาศผลคะแนน ปรากฏว่า จากการสุ่มตรวจ 79 ราย พบว่า ใบคะแนนและสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลถึง 48 ราย โดยพบว่ามีการแก้ไขคะแนนทั้งการสอบภาค ก. และภาค ข. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลคะแนนภาค ก. เกินร้อยละ 60 และภาค ข. มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90

 

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ประเด็นที่สอง คือ การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. พบว่า ผู้รับจ้างได้ส่งผลสอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในรูปแบบแฟลชไดรฟ์ แต่ไม่ปรากฏว่า กสถ. ได้นำข้อมูลผลคะแนนภาค ก. และภาค ข. มาสอบทานกับคะแนนวิชาเฉพาะที่ผู้รับจ้างส่งมา นอกจากนี้ หลังประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. แล้ว ยังพบว่ามีการแก้ไขข้อมูลก่อนส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ โดยพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ของ สถ. ผู้รับจ้าง บริษัทเอกชนภายนอก และบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ทราบตัวตน

 

ทั้งนี้ ในส่วนการดำเนินการทางวินัยเบื้องต้น พบว่ามีข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัด สถ. จำนวน 5 ราย มีมูลอันควรถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย

 

สันติธร กล่าวอีกว่า สำหรับไฟล์ข้อสอบที่ต้องจัดเก็บสำรองไว้ 2 ชุดนั้น อยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) 1 ชุด และ สถ. 1 ชุด โดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในฐานะตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ได้ตรวจสอบเฉพาะไฟล์กระดาษคำตอบที่อยู่กับ สถ. ขณะเดียวกัน ได้ขอข้อมูลจาก มศว ด้วย แต่อีกฝ่ายไม่ได้ส่งข้อมูลมา จึงสามารถเปรียบเทียบได้เฉพาะเอกสารที่มีอยู่

 

ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือนทั้ง 5 รายที่ถูกกล่าวหานั้น เป็นเพียงผลจากการสอบสวนในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ซึ่งยังต้องขยายผลทั้งในทางวินัยและทางอาญาต่อไป

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นผู้สั่งการหรือไม่ สันติธร ปฏิเสธว่า “ยังไม่ใช่ ยังไม่ถึงขนาดนั้น”

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising