ความคืบหน้ากรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของประเทศไทย ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าผ้า วันนี้ (2 กรกฎาคม) คณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงความคืบหน้าและการขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
จากการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างทางการออสเตรเลีย (AFP และ ABF) กับ ป.ป.ส. ของไทย พบข้อมูลสำคัญจากคำให้การของผู้ต้องหาว่า ได้รับจ้างหิ้วสิ่งของผ่านการติดต่อจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อโรส โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อเดินทางถึงเมืองเมลเบิร์น จะมีผู้หญิงชื่อเล่นว่าเดียร์ มารับพัสดุต่อที่โรงแรม ซึ่งขณะนี้ทางการออสเตรเลียกำลังตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทางนิติวิทยาศาสตร์จากโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา เพื่อแกะรอยหาตัวผู้รับปลายทางอย่างเร่งด่วน
สำหรับความเคลื่อนไหวในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ คอนโดมิเนียมที่พักของผู้ต้องหา พบเบาะแสเป็นชายสวมชุดสีดำและเสื้อฮู้ด ขับรถยนต์เก๋งสีดำ นำกล่องพัสดุมาส่งให้ ในส่วนของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ โรส ที่ถูกปิดหนีไปแล้วนั้น ทางการไทยกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทแม่ของ Facebook ที่สหรัฐอเมริกา และหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เพื่อแกะรอยข้อมูลทางดิจิทัล (Digital Footprint) ในการระบุตัวตนผู้ว่าจ้างที่แท้จริง
คณิศร เปิดเผยถึงรูปแบบการลักลอบขนยาเสพติดของเครือข่ายนี้ว่า ใช้วิธีการดัดแปลงเฮโรอีนจากรูปแบบแท่งให้กลายเป็นแผ่นบางๆ เพื่อนำไปซุกซ่อนแนบกับซับในของกระเป๋าผ้าหรือพรมเช็ดเท้า ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ตบตาเจ้าหน้าที่และเครื่องสแกน
จากการสืบสวนของ ป.ป.ส. พบว่ามีเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างน้อย 2 เครือข่าย ที่ใช้เส้นทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านทางตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย จากนั้นจะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ชั้นในอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อทำการบรรจุหีบห่อและเตรียมลักลอบส่งต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย


