วันนี้ (1 กรกฎาคม) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนจากตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) และสำนักงานพิทักษ์เขตแดนออสเตรเลีย (ABF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำการตรวจค้นและจับกุม มินา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทย ฐานลักลอบนำเข้ายาเสพติด
การหารือดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการปฏิบัติการร่วม Task Force Storm ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ AFP, กรมศุลกากร, สำนักงาน ป.ป.ส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนอย่างใกล้ชิดและมุ่งเป้าสาวถึงต้นตอของขบวนการทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย
โดย พ.ต.ต.สุริยา ยืนยันว่าทางการออสเตรเลียมีมาตรฐานการดำเนินคดีที่ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งได้จัดหาทนายความเพื่อดูแลด้านข้อกฎหมายให้แก่มินาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับเหตุการณ์ในวันจับกุมที่ท่าอากาศยานในประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดสากล โดยสอบถามลูกเรือทุกคนว่ามีการนำพาสิ่งของที่ไม่ใช่ของตนเองติดตัวมาด้วยหรือไม่ หรือมีสิ่งของใดที่ต้องสำแดง เมื่อถึงคิวของมินา เจ้าตัวได้แจ้งว่านำกระเป๋าเดินทางมาด้วยทั้งหมด 12 ใบ และให้ความยินยอมแก่เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ จนกระทั่งศุลกากรตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋า ซึ่งขณะนี้ของกลางทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจวิเคราะห์ความบริสุทธิ์และปริมาณที่แน่ชัดในห้องปฏิบัติการ
ในประเด็นข้อต่อสู้ทางคดีที่ว่าผู้ต้องหาจะสามารถพิสูจน์ตนเองว่าตกเป็นเหยื่อ ของขบวนการได้หรือไม่นั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ทางการไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกล่าสุด ทั้งไทยและออสเตรเลียทราบเบาะแสของกลุ่มบุคคลปลายทางที่จะมารอรับพัสดุต่อจากมินาแล้ว รวมถึงพบตัวละครสำคัญที่มีความเชื่อมโยง ทั้งผู้รับ ผู้ส่ง ผู้ทำธุรกรรมทางการเงิน และเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตผ่านไทยไปยังออสเตรเลีย แต่ยังต้องสงวนรายละเอียดและสัญชาติไว้เพื่อความรัดกุมในการติดตามจับกุม
สำหรับความเคลื่อนไหวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) มีข้อมูลของเครือข่ายนี้อย่างครบถ้วนแล้ว และคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการเปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ หลังจากที่มีการประชาสัมพันธ์ให้บุคคลที่นำพัสดุมาส่งให้ผู้ต้องหาตัวจริงมาแสดงตัว ขณะนี้เริ่มมีผู้ติดต่อแจ้งเบาะแสเข้ามาบ้างแล้ว ซึ่ง ป.ป.ส. กำลังอยู่ในขั้นตอนการคัดกรองข้อเท็จจริง
ในช่วงท้ายของการแถลง พ.ต.ต.สุริยา เน้นย้ำว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับคดีนี้และปัญหายาเสพติดข้ามชาติในระดับสูงสุด โดยได้บรรจุวาระกรณีการลักลอบขนยาเสพติดไปออสเตรเลียเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคมนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง เพื่อสั่งการยกระดับมาตรการสกัดกั้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มงวดในระบบการตรวจค้นและสแกนเอ็กซเรย์ (X-ray) สัมภาระอย่างละเอียด
ขณะที่ตัวแทนจากสำนักงานพิทักษ์เขตแดนออสเตรเลีย (ABF) ได้กล่าวทิ้งท้ายสั้นๆ ว่า ทางการออสเตรเลียและไทยมีความสัมพันธ์ด้านการบังคับใช้กฎหมายที่แนบแน่นมายาวนาน และขอขอบคุณเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ให้เกียรติมาร่วมหารือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามและความเสี่ยงที่ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญอยู่ในภูมิภาคนี้


