×

ณัฐพงษ์ส่งท้ายงบฯ 70 จัดสรรไม่ตอบโจทย์ หั่นงบสวัสดิการ-ลงทุน แต่เพิ่มให้กระทรวง DE-ส่วนราชการในพระองค์

โดย THE STANDARD TEAM
02.07.2026
  • LOADING...
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. พรรคประชาชน อภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในสภา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 1 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายเป็นคนสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

 

 
 

ณัฐพงษ์เริ่มโดยการระบุว่า จากที่ได้ฟัง กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายเมื่อครู่นี้ หลายอย่างเห็นตรงกันมาก เหมือนกับเห็นสคริปท์กันมา แต่คงไม่ใช่

 

พร้อมขอบคุณ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ลุกขึ้นชี้แจง ซึ่งเห็นตรงกับตนเองว่า การผ่าตัดใหญ่โครงสร้างงบประมาณให้บูรณาการการใช้จ่ายทั้งหมดให้เป็นทิศทางเดียวกัน คือทางออกของประเทศ จึงขอฝากไว้ว่า ในเล่มงบประมาณช่วงท้ายมีร่าง พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณฯ ที่ร่างไว้เรียบร้อย และพรรคประชาชนได้เสนอไปแล้ว จึงหวังว่าหากภราดรเห็นด้วยกับเรา ก็ขอให้ช่วยลงมติเห็นชอบกับร่างฯ ดังกล่าว

 

ณัฐพงษ์ชวนรัฐบาลทบทวนถามตัวเองว่า 3 วันที่ผ่านมารู้สึกอย่างไรบ้าง สามารถฉายภาพให้เห็น 4 ปีข้างหน้าได้หรือไม่ว่า ทางออกของประเทศเป็นอย่างไร ซึ่งยอมรับตรงๆ ว่า ตนเองยังไม่เห็นภาพแบบนั้น ทำให้ต้องตั้งคำถามว่า งบประมาณฉบับนี้จัดมาเพื่อใคร มีผลประโยชน์บางอย่างทับซ้อนกับกลุ่มบุคคลที่เป็นเสาค้ำจุนรัฐบาลนี้หรือไม่

 

หวั่นรัฐบาลมุ่งผ่าตัดใหญ่โครงสร้างงบ แต่เห็นภาพอนาคตไม่ตรงกัน

 

ณัฐพงษ์แสดงความเเป็นห่วงที่ภราดรระบุว่า ต้องการผ่าตัดโครงสร้างงบประมาณ แต่อาจเป็นการผ่าตัดที่เราเห็นภาพไม่ตรงกัน และความตั้งใจของรัฐบาลชุดนี้ไม่อยากตามน้ำ แต่คำถามคือ ขณะที่รัฐบาลระบุว่าไม่อยากกู้อย่างเต็มกรอบ แล้วจะออก พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เฉพาะ 2 แสนล้านเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานทำไม ทั้งที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ

 

เนื่องจากตามกรอบวินัยการเงินการคลัง มาตรา 20 กำหนดว่ารัฐบาลจะต้องกู้มาเพื่อใช้จ่ายกับงบลงทุนเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับรายจ่ายประจำได้ เมื่อรัฐบาลคิดไม่ออก ไม่มีโปรเจกต์ในหัว ก็ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทมา เพื่อหลีกเลี่ยง จึงถือว่ารัฐบาลชี้แจงเพียงด้านเดียว

 

สำหรับการส่งข้อมูลงบประมาณมาในรูปแบบเอ็กเซลนั้น ต้องขอขอบคุณ เป็นการเริ่มต้นที่ดี ภราดรอ้างว่าเป็นความจริงใจของรัฐบาล แต่ในเล่มฝ่ายค้านได้มีข้อเสนอมาตลอดว่า ให้ส่งข้อมูลเป็นเอ็กเซลตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่คำขอจนถึงการตรวจสอบ จึงขอเชิญชวนรัฐบาลให้ยืนยันว่า ปีหน้าขอให้เปิดข้อมูลเป็นเอ็กเซลคำของบประมาณตั้งแต่ต้นปีงบประมาณได้หรือไม่ เพื่อจะได้ตรวจสอบว่ามีมือใครยาว สาวได้สาวเอา หรือไม่

 

ณัฐพงษ์หยิบยกประเด็นสวัสดิการเด็กเล็ก คืออนาคตของชาติที่เรายังไม่เห็น เพราะรัฐบาลยังไม่จัดสรรเบี้ยเด็กเล็กตามที่สัญญาไว้ อีกทั้งโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ที่ไม่ได้เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับประชาชน แต่เป็นการตัดงบจากสิทธิที่เขาควรได้เต็มจำนวนออกไปครึ่งหนึ่ง อีกทั้งโครงการด้านการศึกษาต่างๆ ก็มีความเชื่อมโยงให้เห็นว่า เจ้าของบริษัทผู้รับเหมาต่างๆ อาจเป็นจักรวาลเดียวกันกับผู้ทำโครงการ TH-AI Passport หรือไม่

 

ขณะที่งบประมาณด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจัดสรรมาไม่ถึง 1% ขาดแผนงานที่ชัดเจนเกี่ยวกับสารพิษในแม่น้ำ อีกทั้งยังตั้งงบประมาณเกี่ยวกับปลาหมอคางดำไว้ 0 บาท ซึ่งไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงในคุณภาพชีวิต แต่กลุ่มที่มั่นคงกลับเป็นงบประมาณขององค์กรอิสระ ซึ่งรัฐบาลไม่กล้าไปแตะ

 

สำหรับความหวังของคนในประเทศ กลุ่มแรกคือพี่น้องเกษตรกร ณัฐพงษ์เสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบเพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิต เพื่อความสามารถในการรับมือกับวิกฤต และการรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตไม่ให้ตกต่ำ กลุ่มที่ 2 คือ ธุรกิจ SME ที่ทุกวันนี้อยู่ในสภาวะซอมบี้ คือไม่ตายแต่ไม่โต ส่วนการจัดงบประมาณเพื่อ SME ในปีนี้ ต้องเรียกว่า จัดไม่พอ ก่อไม่เกิด เปิดไม่หมด

 

จัดไม่พอคือ เพราะปัญหาที่ใหญ่มาก แต่จัดงบประมาณกระจายไปเพียง 1.8 หมื่นล้านบาท ก่อไม่เกิดคือ แทนที่จะจัดสรรแบบพุ่งเป้า กลับกระจายไปใน 14 หน่วยงาน และเปิดไม่หมด คือเปิดให้คนลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ไม่หมด เพราะมีผู้ประกอบการ SME มาร้องเรียนกับพรรคว่า ธุรกิจขนาดเล็กหลายรายที่อยู่ในระบบ เสียภาษีถูกต้อง แต่กลายเป็นเสียสิทธิไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ถูกซ้ำเติมอีกรอบ

 

หั่นงบผิดฝาผิดตัว เพิ่มให้กระทรวง DE และส่วนราชการในพระองค์

 

ณัฐพงษ์กล่าวถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ที่การจัดสรรงบยังไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนผ่านได้ ทำให้เห็นว่า การตัดงบประมาณปี 2570 ที่รัฐบาลอ้างว่า ตัดงบลงทุนไป 7 หมื่นล้านบาท เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่เรากลับเห็นว่า รัฐบาลตัดงบผิดฝาผิดตัว ไม่ตรงจุดอย่างที่ประเทศต้องการ สิ่งที่เราอยากเห็นคือ รัฐบาลตัดงบไปจัดสรรยังหน่วยงานและโครงการที่ถูกต้อง

 

สำหรับงบที่ตัดออกไป หน่วยงาน 2 อันดับแรกที่ได้งบเพิ่มมาคือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่ได้เพิ่มมา 30% อันดับ 2 หากไม่นับงบกลาง งบใช้หนี้ กองทุนหมุนเวียน และประกันสังคม คือส่วนราชการในพระองค์ ที่ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่ม 6.8% เป็นปีแรกในรอบหลายปีที่งบของหน่วยงานดังกล่าวกำลังจะแตะหมื่นล้านบาท

 

ณัฐพงษ์ย้ำว่า การจัดสรรงบประมาณเป็นภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยตรง ขณะที่พื้นที่ทางการคลังของประเทศหดแคบลง ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหลายอย่าง ประชาชนยังมองไม่เห็นความหวัง สิ่งที่เขาอยากเห็นคือจัดสรรงบประมาณในส่วนที่จำเป็นลงทุนเพื่อสร้างอนาคต รัฐบาลกลับเลือกมาใส่ในกระทรวง DE ที่เต็มไปด้วยคำถาม ใส่ในส่วนราชการในพระองค์ ที่รัฐบาลไม่ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มไปกว่าเอกสาร 8 หน้า เราไม่ปฏิเสธความจำเป็น แต่นำงบไปใช้อะไร หากรัฐบาลไม่สามารถตอบได้ แปลว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังกระทำอยู่จะสร้างผลสะเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

 

ณัฐพงษ์ระบุว่า เราไม่ได้เห็นค้านกับการลงทุน แต่การลงทุนให้ถูกจุดสำคัญมากกว่า มองว่ารัฐบาลสามารถใช้งบประมาณลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อเปลี่ยนไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานให้กับอุตสาหกรรม AI ด้วย อีกทั้งเมื่อรัฐบาลได้ตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แล้ว ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญเรื่องการผลิตโฟโตนิกส์ รัฐบาลควรสนับสนุนอุตสาหกรรมประเภทนี้ให้เติบโต

 

ตั้งคำถามจัดงบ ‘ช่วยใคร’ หรือหนุนเสาค้ำอำนาจรัฐบาลสีน้ำเงิน

 

ส่วนการชี้แจงของ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตนเองชื่นชม แต่อยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องโครงการ GPC เพราะเป็นห่วงว่าจะเหมือนกับโครงการ TH-AI Passport ที่เป็นการรวมนายหน้ามารวมศูนย์งบประมาณ แล้วนายหน้านำไปแจกจ่ายต่อกับ Cloud Service Provider ต่างชาติ ทางที่ดีกว่านี้ควรเป็นการทำ Marketplace เพื่อนำ Cloud Provider ที่ได้มาตรฐานมาไว้ตรงกลาง และให้หน่วยงานมาเลือกใช้

 

ณัฐพงษ์ยังยกตัวอย่างสิ่งที่รัฐบาลมี และเจ้าของโมเดล AI ต่างชาติไม่มีแน่นอน คือบรรดาข้อมูลในกฎหมายระดับรอง ระเบียบ กฎกระทรวงต่างๆ ที่กำหนดกระบวนการภายในของระบบราชการทุกอย่าง จะดีแค่ไหนหากเรามี AI ที่เข้าใจกฎหมายของประเทศนี้ทุกฉบับ ต่อไปเราจะสามารถประหยัดงบประมาณในการจ้างบริษัทซอฟต์แวร์มาเขียนโค้ดให้กับภาครัฐได้ และสามารถเปลี่ยนจากรัฐกระดาษเป็นรัฐแพลตฟอร์มได้ทันที ไม่ใช่ว่าเราจะต้องสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาจากศูนย์ แต่เราต้องเลือกว่าจะเก่งอะไรที่คนอื่นเก่งแทนเราไม่ได้

 

ณัฐพงษ์ทิ้งท้ายว่า อยากเห็นวิสัยทัศน์หรือภาพในหัวของตัวแทนรัฐบาลที่มีต่ออนาคตของประเทศไทยสะท้อนผ่านงบประมาณฉบับนี้ แต่ 3 วันที่ผ่านมาตนเองยังไม่เห็นภาพนั้น จึงต้องมาอภิปรายว่า งบประมาณฉบับนี้ไม่ได้เพื่อตอบโจทย์วิกฤตการคลัง ลงทุนกับอนาคตของประเทศ หรือมองเห็นคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างเพียงพอ เพราะมันเป็นงบประมาณที่จัดสรรไปผิดที่ กำลังส่งตรงไปยังโครงการที่ผู้รับเหมาบางกลุ่มเกี่ยวข้องกับรัฐบาล หรือองค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่อยากแตะต้อง หรือจงใจหลีกเลี่ยงไปออก พ.ร.ก. เงินกู้ ที่รัฐสภาควบคุมไม่ถึง

 

“ทั้งหมดนี้เป็นข้อสังเกตที่พวกเรามาตั้งให้ท่านเห็น ว่าทำไมพวกเราจึงมองว่าร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายฯ ฉบับนี้ ที่มาจากเงินภาษีของคนไทยทุกคน ไม่ได้กำลังจะช่วยไทย แต่กำลังจะช่วยใครบางคนที่เป็นเสาค้ำยันอำนาจของรัฐบาลสีน้ำเงินนี้อยู่” ณัฐพงษ์กล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising