วันนี้ (1 กรกฎาคม) สุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่จัดทำภายใต้ข้อจำกัดและวิกฤติรอบด้าน ว่า หากเดินหน้าด้วยแนวทางนี้ ประเทศกำลังมุ่งสู่ทางตัน ทั้งวิกฤตหนี้สาธารณะและวินัยการคลังที่รัดตัว หากแก้ปัญหาด้วยการปรับแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มเพดานกู้เงิน สุดท้ายความเชื่อมั่นของต่างชาติจะพังทลายลง
สุทินกล่าวถึงต้นเหตุของปัญหาว่า ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดเก็บภาษีหรือเศรษฐีหนีภาษี แต่เป็นเพราะประเทศไทยไม่สามารถสร้างรายได้เพิ่มได้จริงมานานหลายปี เนื่องจากคนไทยแพ้ในสงครามเศรษฐกิจ มาตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมาจากการขาดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยเปรียบเทียบว่าเมื่อโลกเปลี่ยนผ่านจากยุคเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรมและยุคดิจิทัล ไทยกลับปรับตัวไม่ทันและยังยึดติดกับการเป็นแรงงานราคาถูก สกิลต่ำ ส่งผลให้เกิดการขาดดุลและถูกสูบเงินออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง
“ทางออกเดียวที่จะทำให้ประเทศพ้นวิกฤต คือการเพิ่ม GDP และสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ตามหมุดหมายของรัฐบาลที่จะพาไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงใน 12 ปีข้างหน้า แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องเลิกมองแค่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แล้วหันมาสร้างทุนมนุษย์อย่างจริงจัง เพราะหากคนไทยไม่เก่ง ไม่เท่าทันโลกดิจิทัลและ AI เราก็จะแพ้ซ้ำซาก และสุดท้ายงบประมาณที่มีอยู่ก็จะถูกใช้ไปกับการแก้ปัญหาปลายเหตุจนหมด” สุทิน กล่าว
สุทินยังกล่าวชื่นชมการจัดทีมบริหารของรัฐบาลชุดนี้ที่กระจายงานดูแลทุนมนุษย์ในทุกระดับ ทั้งต้นน้ำ (กระทรวงศึกษาฯ), กลางน้ำ (แรงงาน-เกษตร) และปลายน้ำ (พม.) ซึ่งถือว่ามาถูกทางและถูกจังหวะ แต่ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณในบางส่วน โดยเฉพาะการตัดงบกองทุนวิจัย (บพท.) จากเดิม 2 หมื่นล้านเหลือเพียง 1.3 หมื่นล้านบาท รวมถึงงบพัฒนาทักษะด้าน AI ของกระทรวงแรงงาน ทั้งที่สิ่งเหล่านี้คือเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
สุทินกล่าวว่า แม้จะเห็นด้วยกับการรับหลักการร่างงบประมาณฉบับนี้เพื่อให้การทำงานเดินหน้าไปได้ แต่ขอให้กรรมาธิการวิสามัญฯ เล็งเห็นความสำคัญและพยายามอย่าตัดงบประมาณใน 5 กระทรวงหลักที่เกี่ยวข้องกับการสร้างทุนมนุษย์ พร้อมเตือนสติว่าอย่าไปฝากความหวังไว้กับการโยกงบกลางเพียงอย่างเดียว เพราะงบกลางมีความเสี่ยงและไม่เพียงพอหากเกิดสงครามกับกัมพูชา งบกลางแค่นี้ก็ไม่พอปลิวภายในไม่ถึงเดือนจะไปหวังตรงนั้นไม่ได้


