×

กรณ์ชี้งบปี 70 ไร้อนาคต สะเปะสะปะ จัดงบไม่ตอบโจทย์ประเทศ เตือนรัฐบาลอย่าทำตัวทองไม่รู้ร้อน เสี่ยงกู้เพิ่มมาจ่ายเงินเดือน ขรก.

โดย THE STANDARD TEAM
01.07.2026
  • LOADING...
กรณ์ จาติกวณิช กำลังอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (1 กรกฎาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วันสุดท้าย กรณ์ จาติกวณิช สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายถึงแนวทางการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลว่า มีความผิดหวังอย่างมากที่งบประมาณปีนี้สะท้อนความไร้อนาคตและสะเปะสะปะ ไม่สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่เคยหาเสียงไว้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นงบแก้ปัญหายาเสพติด งบป้องกันบรรเทาสาธารณภัย หรือแม้กระทั่งงบส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุหลังเกษียณที่จัดสรรมาเพียง 5 ล้านบาท ซึ่งไม่สามารถนำไปพัฒนาอะไรได้จริง รัฐบาลกำลังทำตัวเหมือนทองไม่รู้ร้อนในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤต

 

กรณ์ยังกล่าวว่า ในงบประมาณปี 2570 เงินทุกบาทที่รัฐบาลใช้ในการลงทุนล้วนมาจากเงินกู้ทั้งสิ้น ซึ่งตามกฎหมาย พ.ร.บ.วินัยทางการคลัง มาตรา 20 กำหนดให้ต้องมีงบลงทุนไม่น้อยกว่า 20% และต้องไม่น้อยกว่าเงินกู้ชดเชยการขาดดุล แม้ปีนี้ตัวเลขจะรอดตามกรอบกฎหมาย แต่ความจริงที่น่ากลัวคือ ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีต่อจีดีพีของไทยลดลงทุกปี สวนทางกับรายจ่ายประจำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตที่ต้องกู้เงินมาจ่ายเงินเดือนข้าราชการประจำ และจะติดกับดักทางกฎหมายหนี้สาธารณะในที่สุด

 

กรณ์กล่าวว่า รัฐบาลมีทางออกทางกฎหมาย 3 ทางที่รัฐบาลอาจเลือกใช้ในอนาคต ซึ่งล้วนเป็นหนทางที่นำไปสู่ความพังทลาย ไม่ว่าจะเป็นการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อมาจ่ายเงินเดือนและชำระหนี้ ซึ่งต้องกู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือการใช้วิธียกเลิกข้อบังคับงบลงทุน 20% ตลอดจนการปลดเพดานเงินกู้ขาดดุล ซึ่งจะไปทางไหนก็เละ เพราะจะทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติโดยสิ้นเชิง นำไปสู่ต้นทุนทางการเงินของทั้งภาครัฐและประชาชนที่พุ่งสูง เงินบาทจะอ่อนค่า และเงินเฟ้อจะลากให้ประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ยิ่งเมื่อคำนวณสมมุติฐานหนี้สาธารณะในอีก 10 ปีข้างหน้า หากเศรษฐกิจโตปีละ 2% และรัฐยังกู้ขาดดุลปีละ 7.8 แสนล้านบาท สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีจะพุ่งทะลุเกือบ 90% แน่นอน

 

นอกจากนี้ กรณ์ยังได้ตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งในเป้าหมายของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีตั้งเป้าจะพาไทยเป็นประเทศรายได้สูงใน 12 ปีข้างหน้า และเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571 ซึ่งในความเป็นจริง ประเทศที่จะไปถึงจุดนั้นได้ต้องมีงบลงทุนสูงถึง 30% และมีสัดส่วนรายได้ภาษีต่อจีดีพีที่สูงมาก แต่ปัจจุบันไทยแค่ 20% ก็แทบไม่มีเงินแล้ว การตั้งเป้าหมายดังกล่าวจึงเป็นเพียงการทำเพื่อแก้เขิน สวนทางกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง และเมื่อดูจากกฎหมายงบประมาณ 3 ฉบับที่พิจารณาในช่วงสองสัปดาห์นี้ คำตอบของรัฐบาลก็ชัดเจนแล้วว่าเลือกที่จะกู้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการแก้ไขที่โครงสร้างอย่างแท้จริง

 

ในช่วงท้าย กรณ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการปฏิรูปโครงสร้างภาษี แต่ต้องไม่ใช่การเพิ่มภาษีเพื่อผลักภาระไปให้ประชาชนคนชั้นกลางตามที่เป็นข่าวจากกระทรวงการคลัง พร้อมทั้งชี้ความล้มเหลวในอดีตตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ที่มีการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้มหาศาล เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่และต่างชาติที่ถือหุ้นซึ่งมีไม่ถึง 1% ของประเทศ โดยที่คนไทยไม่ได้อะไรกลับคืนมา

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันจัดเก็บได้จริงไม่ถึง 5% จึงถึงเวลาที่ต้องทบทวนภาษีนิติบุคคลของบริษัทขนาดใหญ่ให้เสียในอัตราที่เหมาะสม ก่อนจะคิดไปรีดภาษีจากประชาชน และขอให้รัฐบาลมีความจริงใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างนี้อย่างแท้จริง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising