วันนี้ (30 มิถุนายน) พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยถึงการเตรียมเสนอ โครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคครัวเรือน โดยใช้งบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
พลพีร์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะจัดตั้ง ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยรัฐจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าดาวน์ รายละ 10,000 บาท สำหรับการติดตั้งระบบขนาด 5–10 กิโลวัตต์ หรือมากกว่านั้นตามความเหมาะสมของพื้นที่ใช้งาน
นอกจากนี้ หากประชาชนไม่มีความพร้อมในการชำระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ อาจมีมาตรการช่วยลดภาระดอกเบี้ย โดยภาครัฐจะร่วมรับภาระดอกเบี้ยบางส่วนในลักษณะ คนละครึ่ง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น
สำหรับโครงการดังกล่าว ตั้งเป้าหมายให้มีผู้เข้าร่วม 400,000 หลังคาเรือน ใช้งบประมาณรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท และจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้จนถึงเดือนเมษายน 2570
ในส่วนของคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ พลพีร์ ระบุว่า จะพิจารณาจาก ประวัติการชำระค่าไฟฟ้าของที่อยู่อาศัยย้อนหลัง 3 เดือนถึง 1 ปี หากมีวินัยในการชำระค่าไฟ ก็จะสามารถขอรับการสนับสนุนและสินเชื่อได้ โดยหลังจากได้รับการอนุมัติ กฟน. หรือ กฟภ. จะเข้าดำเนินการสำรวจพื้นที่และติดตั้งระบบให้
ส่วนผู้ที่ต้องการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้ภาครัฐ จะใช้ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 30 วัน ขณะที่ผู้ที่ติดตั้งเพื่อใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเพียงอย่างเดียว จะใช้ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 7 วัน
อย่างไรก็ตาม มาตรการช่วยค่าดาวน์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนมีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลในการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระยะยาว.


