×

ปลัด มท. เปิดใจปมคลิปเสียงภรรยา ไม่เกี่ยวราชการ 3-7 วันรู้ผลคนปล่อยข่าว

โดย THE STANDARD TEAM
28.06.2026
อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวกรณีคลิปเสียงภรรยา

วันนี้ (28 มิถุนายน) ที่กระทรวงมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวกรณีภรรยามีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมแจกประวัติของภรรยาให้กับผู้สื่อข่าวว่า ตลอดชีวิตของตนและภรรยา ทำงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย

 

 
 

อรรษิษฐ์ กล่าวด้วยว่า กระทั่งภรรยาของตนทำงานกับบริษัทของต่างชาติ ไม่คุ้นเคยกับระบบราชการของประเทศไทย แต่ต้องเข้ามาช่วยดูแลงาน จากข้อมูลที่เผยแพร่มีความเชื่อมโยงเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ถือเป็นเท็จทั้งสิ้น ผู้ที่กระทำผิดกล่าวโทษถือว่าทำผิดโดยจงใจ จะต้องรับผลชั่วนั้นภายใน 3-7 วันอย่างแน่นอน ตนจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเพื่อความชอบธรรม

 

ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาในช่วงนี้นั้น ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย การเติบโตและรับราชการมาตามลำดับ ซึ่งตนไม่เคยที่จะทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง หรือมีเรื่องที่ไม่ถูกต้องในตัว แต่วันนี้มีข่าวมาหรือมีเรื่องที่ออกมาเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น ตนเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ และได้ปรึกษากับนายกรัฐมนตรีในการให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาประจำที่กระทรวง และเป็นผู้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

 

โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยให้สอบสวนเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และดำเนินการแจ้งไปที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เฝ้าสถานที่และข้าราชการเป็นสำคัญ เมื่อคืนนี้ (27 มิถุนายน) นายกมนตรีได้ไปตรวจสถานที่นั้นก่อนเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมย้ำว่าจะต้องทำงานให้โปร่งใส และช่วยประชาชนให้มากที่สุด เพราะถือเป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่มาก และเป็นศักดิ์ศรีของมหาดไทย ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบทุกประเด็น ขอให้ประชาชนเชื่อว่าจะเสร็จสิ้น และได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

 

ส่วนจะเป็นการเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่นั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนจะให้ดำเนินการเรื่องทุจริตมาทั้งหมด อยู่ดี ๆ ก็มีคลิปเสียงออกมาว่ามาจากต่างประเทศ และอ้างถึงภรรยาของตน ทั้งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางราชการใด ๆ เรื่องเหล่านี้สามารถสืบกันได้ แต่การเชื่อในสิ่งที่ถูกเผยแพร่และพยายามจะเล่นข่าวนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นการกลบกระแสข่าวหรือไม่ ข่าวเดิมที่กำลังเอาผิดคนที่กระทำผิด คนที่เดือดร้อน คนที่กำลังเสียหาย ก็ไม่สบายใจ เพราะหันเหประเด็นไปแล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่าบุคคลเหล่านี้ 3-7 วัน จะได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน

 

ส่วนจะมีการฟ้องร้องหรือไม่นั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องไปถามเจ้าของเพจว่าไปเอาคลิปจากไหน บอกแล้วว่าไม่ให้ค่า เพราะคนเหล่านี้ไม่มีคุณค่า เราจะไปให้ค่าคนที่มากล่าวหาแล้วไม่เป็นเรื่องจริงได้อย่างไร แต่ในฐานะที่เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ต้องทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และหาคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

 

ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า ไม่รู้จักกับบุคคลในคลิป รวมถึงไปอ้างถึงผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็เสียหายแล้ว เราเริ่มติดตามในสิ่งที่ผิดและไปติดตามในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะได้สิ่งที่แท้จริงเกิดขึ้น

 

ส่วนจะเชื่อมโยงกับการย้ายรองผู้ว่าฯ-ผู้ว่าฯ จังหวัดภูเก็ต หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนมองว่าการเกี่ยวข้องกับการย้ายที่ จ.ภูเก็ต ตนต้องหาคนทำ อย่างที่บอกมาต้องทำให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ต้องคลี่คลาย ตอนนี้คนใหม่ได้เข้าไปดำเนินการในจังหวัดภูเก็ตแล้ว ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ

 

ส่วนภรรยาของตนไม่รู้เรื่องอะไรเลย และรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็บอกว่าการเป็นภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมันไม่ง่าย เพราะปลัดก็อาจถูกทำร้าย จึงให้กำลังใจภรรยาว่า นี่แหละคือการเป็นภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมย้ำว่าคนเหล่านี้ทำร้ายตนไม่ได้ จึงมาทำร้ายคนใกล้ตัวปลัด

 

ตนคิดว่าบุคคลที่เข้ามาทำร้ายต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ และเมื่อมาเปลี่ยนเป็นเรื่องของปลัดก็เปลี่ยนประเด็นไป และแน่นอนว่าคนที่ไม่หวังดีกับตนต้องการที่จะดิสเครดิต พอทำไม่ได้ก็มาหาคนข้าง ๆ ก็คือภรรยา ต้องยอมรับว่าภรรยาของตนไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และไม่ควรเอามาเกี่ยวข้องด้วย ชีวิตของตนไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครเลย ทำงานด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ จนขึ้นมาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นอาจเกิดจากคนอื่นที่ชักนำ เสี้ยม ให้เกิดขึ้น แต่หากเรามีสติ นึกได้ว่าเรามาอยู่ในหน้าที่สำคัญ ทำหน้าที่ให้กับประชาชน ต้องถือหน้าที่ของเราเป็นหลัก ตั้งแต่วันที่สอบเข้ามา ไม่มีใครจะรู้ว่าเราจะเติบโตมาเป็นตำแหน่งอะไร

 

นายกฯ สั่งคุมเข้มห้องเก็บผลสอบท้องถิ่น

 

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น และพร้อมที่จะรายงานทันทีเมื่อครบกำหนด 7 วัน ซึ่งก็จะรายงาน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำข้อเท็จจริงไปดำเนินการต่อไป โดยย้ำว่าต้องทำเรื่องนี้ให้โปร่งใสและเคลียร์ที่สุด ให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของกระทรวงมหาดไทย และขอให้เชื่อมั่นได้เลยว่าทำอย่างเต็มที่

 

ส่วนขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังจากได้รับเรื่องก็จะดูประเด็นเป็นเรื่อง ๆ เช่น คนร้องเรียนมาว่าสอบได้แล้วไม่ได้รับการประกาศรายชื่อ ก็จะนำมาเทียบกับใบจริง หรือบางคนร้องเรียนมาว่ามีการเรียกรับ แต่สอบจริงไม่ได้ ซึ่งมีหลายประเด็น ก็ต้องทำทุกประเด็นให้กระจ่างแจ้ง

 

ส่วนนายกรัฐมนตรีได้ให้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ หลังจากเมื่อคืนนี้ (27 มิ.ย.) ได้เดินทางไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วยตนเอง เพื่อติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาเอกสารและไฟล์ผลการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า นายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง และได้สั่งการให้ตนกำชับสั่ง อส. ไปเฝ้าสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ โดยนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปลงพื้นที่ด้วยตัวเอง และได้เห็นว่ามีการคุ้มกันสถานที่อย่างรอบคอบรัดกุม

 

สำหรับข้าราชการที่ต้องมารายงานตัววันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หากใครไม่มาก็ถือว่าสละสิทธิ์ พร้อมย้ำว่าจะดำเนินคดีทั้งอาญาและทางวินัย โดยกระทรวงมหาดไทยได้ประสานงานกับทั้งตำรวจ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่แล้ว

 

ส่วนการสอบกลุ่มข้าราชการ 10 คน ที่เกี่ยวข้องนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เชื่อว่าทุกคนร้อนใจ แต่หากกระบวนการดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ซึ่งตอนนี้ใกล้เวลาแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเฉลยเมื่อผลการสอบข้อเท็จจริงออกมาอย่างแน่นอน ขอให้ไว้วางใจได้ว่าไม่มีการปล่อยปละละเลย ใครผิดก็ต้องรับผิด พร้อมทิ้งท้ายขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในกระทรวงมหาดไทย


READ MORE






Latest Stories