×

สว. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ห้ามนิรโทษกรรมคดี ม.112 ครอบคลุมเยาวชน ย้ำไม่ล้างผิดคดีฮั้ว สว.

โดย THE STANDARD TEAM
30.06.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมของวุฒิสภา โดยมีข้อความระบุการยกเว้นคดี ม.112 และเยาวชน พร้อมภาพอาคารรัฐสภา

ความคืบหน้าล่าสุดของการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง วันนี้ (30 มิถุนายน) ในการประชุมวุฒิสภาได้มีการพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. หรือ ‘ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีการเมืองฯ’ ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ซึ่งมี พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้ดำเนินการพิจารณาเสร็จสิ้นตามกรอบเวลา 60 วันนับแต่รัฐสภามีมติเห็นชอบ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569

 

ผลการพิจารณา ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเสียงข้างมากเห็นชอบกับร่างกฎหมายที่มีการแก้ไขโดยกรรมาธิการ และต้องส่งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาลงมติยืนยันอีกครั้ง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อที่ประชุมพิจารณาถึงมาตรา 3 ซึ่งมีเนื้อหาเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญ ว่าด้วยข้อยกเว้นการนิรโทษกรรม พล.ต.อ.ฉัตรวรรษชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันตามมติของสภาผู้แทนราษฎรที่จะไม่มีการแก้ไขเนื้อหาในมาตรานี้ โดย เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล ในฐานะกรรมาธิการ ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า มาตรา 3 กำหนดข้อยกเว้นการนิรโทษกรรมไว้ 4 กรณี ได้แก่

 

  • การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
  • การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
  • การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

 

และ 4. การกระทำความผิดต่อส่วนตัว

 

ทั้งนี้ ข้อห้ามดังกล่าวบังคับใช้กับผู้กระทำความผิดทุกช่วงอายุ ท้ายที่สุดที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นด้วย 129 เสียง และไม่เห็นด้วย 15 เสียง ให้คงเนื้อหามาตรา 3 ไว้ตามร่างเดิม

 

สำหรับกรณีข้อห่วงใยเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี คณะกรรมาธิการได้เพิ่มวรรคสองในมาตรา 11 โดยระบุข้อความกำหนดว่า กระบวนการที่ให้ผู้กระทำความผิดอายุไม่ถึง 18 ปี ได้รับการพิจารณายุติการดำเนินคดีนั้น ไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

เผ่าพันธ์ ชี้แจงว่ากระบวนการพิจารณายุติคดีสำหรับเยาวชนในข้อหาอื่นๆ จะใช้มาตรการตาม พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว ซึ่งหากยังไม่มีการฟ้องร้องก็ให้ยุติการฟ้อง หรือหากฟ้องคดีสู่ศาลแล้วก็ให้ยุติการตัดสินเพื่อลดผลกระทบการเกิดมลทินต่อเยาวชน โดยมีเงื่อนไขสองประการคือ ผู้กระทำผิดต้องสำนึกในการกระทำ และต้องมีการจัดทำพร้อมปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู

 

ในส่วนของการพิจารณาบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ รัชนีกร ทองทิพย์ สว. ผู้สงวนคำแปรญัตติ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความผิดที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอาจนำไปสู่ผลพวงการนิรโทษกรรมคดีทุจริตการเลือกตั้ง

 

พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขเนื้อหากฎหมายรวม 29 ฉบับในบัญชีแนบท้ายที่ได้รับมาจากสภาผู้แทนราษฎร มีเพียงการจัดเรียงลำดับใหม่ตามศักดิ์ของกฎหมายเท่านั้น พร้อมระบุว่าข้อความที่อ้างถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่มีความเกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และการมีคุณสมบัติอันเป็นเท็จ จึงไม่มีการนิรโทษกรรมคดีการฮั้วเลือก สว. โดยคดีดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

 

นอกจากการแก้ไขในมาตรา 11 คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากยังได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย การเพิ่มคำปรารภเพื่อระบุถึงความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เพื่อให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขสามารถปฏิบัติหน้าที่เรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยได้

 

การแก้ไขมาตรา 6 ว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยเพิ่มคำว่า “สิ่งของ” เข้าไปในอนุมาตรา 3 เพื่อให้ครอบคลุมวัตถุพยานอื่นๆ นอกเหนือจากเอกสาร และแก้ไขการทำรายงานผลการดำเนินงานจากเดิมที่กำหนดให้รายงานต่อ “รัฐสภา” เปลี่ยนเป็นการเสนอต่อ “สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา” เพื่อความชัดเจน พร้อมทั้งเพิ่มวรรคท้ายเพื่อคุ้มครองการทำหน้าที่ของคณะกรรมการที่กระทำโดยสุจริต

 

ภายหลังการพิจารณาเรียงลำดับเป็นรายมาตรา ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติในวาระที่ 3 เพื่อให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ทั้งฉบับ ผลปรากฏว่ามีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 103 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง และงดออกเสียง 22 เสียง

 

นอกจากนี้ วุฒิสภายังมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ที่เสนอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขจัดทำข้อเสนอแนะในการบริหารโทษทางอาญา หรือการคุมขังในสถานที่คุมขังสำหรับผู้ต้องขังจากการแสดงออกทางการเมืองที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม โดยเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคมต่อไป

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising