×

จิราพรห่วงงบปี 70 กู้ชนเพดาน ขอรัฐหยุดมองพัฒนาคนเป็นภาระ ชี้เป็นการลงทุนแก้วิกฤตประเทศยั่งยืน

โดย THE STANDARD TEAM
30.06.2026
  • LOADING...
จิราพร สินธุไพร สส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายในรัฐสภา

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 2

 

จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายถึงกรอบวงเงินงบประมาณที่แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเพียงร้อยละ 0.2 แต่กลับมีการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลสูงถึง 788,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อนำไปรวมกับ พ.ร.ก.เงินกู้ อีก 4 แสนล้านบาท จะทำให้ตัวเลขหนี้สาธารณะเกือบจะทะลุเพดานกฎหมาย แม้ตนจะเข้าใจถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมากเพื่อแก้ปัญหารุมเร้าของประเทศ แต่ในระยะยาวรัฐจำเป็นต้องหาทางเพิ่มรายได้และลดสัดส่วนการกู้ขาดดุลลง

 

จิราพรเสนอด้วยว่า กุญแจสำคัญที่หลายประเทศประสบความสำเร็จในการเพิ่มรายได้รัฐอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษี คือ การพัฒนาทุนมนุษย์ เพราะเมื่อประชากรมีทักษะและคุณภาพที่สูงขึ้น ก็จะช่วยขับเคลื่อนจีดีพีให้เติบโตและขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ‘พายุความผันผวนโลก’ ถึง 3 ด้านพร้อมกัน ทั้งการดิสรัปต์ของเทคโนโลยี AI, การพลิกขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์การค้า และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซ้ำร้ายโครงสร้างภายในประเทศยังมีวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสมบูรณ์ ปัญหาเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาปาน 6 แสนราย และหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่ว การลงทุนในตัวมนุษย์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และอยากให้มองว่างบประมาณส่วนนี้ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อหันกลับมามองสัดส่วนงบประมาณด้านการศึกษาของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กลับพบสัญญาณเตือนภัยที่น่ากังวล เนื่องจากสัดส่วนงบศึกษาเคยสูงถึงร้อยละ 20.6 ของงบทั้งหมด แต่กลับลดลงต่อเนื่องจนเหลือเพียงร้อยละ 12.7 ในปี 2568 และเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในปี 2570 สะท้อนว่าเด็กไทยกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ยิ่งเมื่อพิจารณาโครงสร้างงบประมาณของ 4 กระทรวงหลัก ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคน ยิ่งพบข้อสังเกตที่น่าเป็นห่วง ดังนี้

 

กระทรวงศึกษาธิการ แม้ได้รับงบประมาณสูงเป็นอันดับต้นๆ แต่กลับเหลือพื้นที่สำหรับงบลงทุนไม่มาก โรงเรียนในต่างจังหวัดยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรม และงบปี 70 ยังถูกปรับลดงบลงทุนลงถึง 1,224 ล้านบาท ประกอบกับสูตรจัดสรรเงินรายหัวที่ไม่ยืดหยุ่น ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กขาดแคลนงบในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ จนต้องพึ่งพาการทอดผ้าป่าเพื่อความอยู่รอด

 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โครงสร้างงบวิจัยขาดความต่อเนื่อง สวนทางกับเป้าหมายประเทศที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนาให้ได้ร้อยละ 2 ของจีดีพีภายในปี 2580 โดยเฉพาะในงบปี 70 กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) กลับถูกหั่นงบลงกว่าร้อยละ 31.87 ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขับเคลื่อนนโยบายการเป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์และนวัตกรรมขั้นสูงของรัฐบาล

 

กระทรวงแรงงาน รัฐบาลประกาศเป้าหมายดึงดูดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจดิจิทัลระดับสูง แต่งบพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่กลับถูกตัดลดลง ไม่ว่าจะเป็นงบโครงการทักษะเฉพาะทางอย่างพื้นที่ทดสอบปัญญาประดิษฐ์ (AI Sandbox), งาน Mechatronics และงานความปลอดภัยไซเบอร์ จนน่ากังวลว่าจะเพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือไม่

 

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) งบประมาณเกี่ยวกับเด็กและผู้สูงอายุซึ่งควรเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานกลับถูกปรับลดลง สวนทางกับวิกฤตโครงสร้างประชากร ทำให้ความพยายามของรัฐบาลที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการสงเคราะห์กลุ่มเปราะบาง ไปเป็นการลงทุนในศักยภาพมนุษย์เพื่อรับมือสังคมสูงวัยนั้นบรรลุเป้าหมายได้ยาก

 

จิราพรกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า การลงทุนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ การสร้างคนไทย ไม่ใช่ภาระงบประมาณ แต่คือการลงทุนกับสินทรัพย์สำคัญซึ่งเป็นการลงทุนที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บรายได้ และสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญ ถ้ารัฐบาลไม่เริ่มในการลงทุนกับการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างจริงจังและต่อเนื่องประเทศไทยก็ยากที่จะเติบโตเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูงได้ รัฐต้องลงทุนกับการยกระดับคุณภาพของคนคู่ขนานไปกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาระบบการศึกษา การวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานขนานใหญ่อย่างต่อเนื่อง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising