ช่วงการแข่งขันนัดที่ 2 ในรอบแบ่งกลุ่ม แฟนๆ เริ่มได้เห็นการแข่งขันฟุตบอลหลายนัดที่มี ‘ที่นั่งว่าง’ ปรากฎในสนามการแข่งขัน แม้ก่อนหน้านี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA จะบอกว่าปัญหานี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็ตาม
ปัญหานี้เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่นัดที่สองของทัวร์นาเมนต์ระหว่างเกาหลีใต้กับสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งมีที่นั่งว่างสีแดงจำนวนมากในฝั่งวีไอพีและที่นั่งทั่วไป
แม้จะมีการประกาศตัวเลขผู้เข้าชมว่ามีถึง 44,985 คนจากความจุ 45,664 ที่นั่ง แต่คาดว่าตั๋วเหล่านั้นถูกซื้อไปโดยบุคคลหรือนายหน้า หรือพ่อค้ารีเซลล์ ที่ไม่สามารถปล่อยขายต่อในแพลตฟอร์มได้ทัน
สิ่งนี้ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับคำกล่าวอ้างของ จานนี อินฟานติโน ประธาน FIFA ที่เคยระบุว่ามีความต้องการตั๋วสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 500 ล้านใบ
รายงานจากผู้สื่อข่าวต่างประเทศหลายสำนักที่มีนักข่าวไปประจำในหลายสนามระบุตรงกันว่า มีหลายเกมโดยเฉพาะเกมที่แข่งขันในสหรัฐอเมริกา ที่มีที่นั่งว่างระหว่างเกมคู่ต่างๆ
แม้แต่แฟนๆ ที่ประเทศไทย ซึ่งรับชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสด ก็สามารถสังเกตเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ในบางจังหวะที่กล้องถ่ายทอดสดอาจจะตัดภาพไปให้เห็น
ปัญหาดังกล่าวมาจากหลายปัจจัย เริ่มตั้งแต่ การที่ตั๋วชมเกมการแข่งขันมีราคาสูงเกินไป โดยรายงานระบุว่า ตั๋วเข้าชมเกมในนัดชิงชนะเลิศ ปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นพุ่งสูงถึง 8,680 ดอลลาร์ หรือราว 285,000 บาท
และจากการใช้ระบบราคาแบบผันแปรตามความต้องการ หรือ Dynamic Pricing ทำให้ตั๋วนัดชิงชนะเลิศราคาทะยานขึ้นไปถึง 10,990 ดอลลาร์ หรือราว 360,000 บาท
ขณะที่ตั๋วชมเกมในนัดอื่นๆ จะมีราคาอยู่ที่ 150-300 ดอลลาร์ หรือราว 4,900-9,850 บาท ขณะที่ตั๋วในบางโซน เช่น วีไอพีมีราคาตั้งแต่ 400 ไปจนถึง 5,000 ดอลลาร์ หรือราว 13,200 ถึง 164,000 บาท ซึ่งนั่นก็ยังนับว่าแพงอยู่ดี
แม้ปัจจุบัน FIFA จะพยายามลดกระแสความไม่พอใจของแฟนบอลด้วยการปล่อยตั๋วราคา 60 ดอลลาร์ หรือราว 2,000 บาท ผ่านสมาคมฟุตบอลระดับชาติต่างๆ แต่ตั๋วที่ว่า ก็มีจำนวนที่จำกัดมากๆ และไม่ตกไปถึงแฟนบอลกลุ่มที่ต้องการมากเท่าที่ควร
ราคาตั๋วที่สูงเกินเหตุทำให้เกิดการร้องเรียนอย่างเป็นทางการไปยังคณะกรรมาธิการยุโรป นอกจากนี้ อัยการสูงสุดของรัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ยังได้เริ่มสืบสวน FIFA ในข้อหา “ปั่นราคาให้สูงขึ้นแบบเกินจริง” และ “หลอกลวงแฟนบอล” ซึ่งรวมถึงแผนการออกหมายเรียกให้องค์กรลูกหนังโลกมาชี้แจงด้วย
อย่าลืมว่า ปัญหาเรื่องราคาตั๋วไม่ได้เพิ่งมาเกิด แต่ถูกวิจารณ์ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม จนแม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังกล่าวว่าเขาจะไม่จ่ายเงินซื้อตั๋วในราคานี้
ด้าน FIFA ปกป้องตัวเองโดยระบุว่าราคาเหล่านี้สอดคล้องกับงานกีฬาอื่นๆ ในอเมริกาเหนือ และรายได้จะถูกนำไปลงทุนกลับเข้าสู่วงการฟุตบอลทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การที่ FIFA อิงราคาค่าตั๋วกับการแข่งขันกีฬาอื่นๆ ในทวีปอเมริกาเหนือนั้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในทางปฏิบัติมากสักเท่าไหร่
ต้องอย่าลืมว่า ในการแข่งขันที่ตั๋วชมเกมมีราคาแพงอย่าง NFL หรือ NBA แฟนๆ ส่วนมากที่เข้ามาในสนาม จะเป็นแฟนๆ ในเมืองที่เป็นเจ้าบ้าน พวกเขาอาจจะถือตั๋วปี และไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างการเดินทางข้ามเมือง และค่าโรงแรม
แต่แฟนบอลที่มาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะต้องมีค่าใช้จ่ายเหล่านั้น รวมไปถึงค่าอาหาร ค่าครองชีพ รวมไปถึงค่าของที่ระลึกต่างๆ
นอกจากนี้ การเดินทางข้ามมลรัฐในสหรัฐอเมริกา เป็นอะไรที่ใช้ทั้งเวลาและงบประมาณพอสมควร ทำให้แฟนๆ อาจจะเดินทางเพื่อมาชมเกมที่ทีมชาติตัวเองลงสนามได้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น และไม่สามารถตามไปชมต่อที่เมืองอื่นๆ ได้
นอกจากนี้ แฟนบอลยังต้องเจอกับปัญหาการโก่งราคาผ่านการรีเซลล์บนแพลตฟอร์มขายตั๋วมือสอง ทำให้ราคาตั๋วชมเกมพุ่งสูงขึ้นด้วย
โดย FIFA ตัดสินใจอนุญาตให้ผู้ที่ถือตั๋วนำมาขายต่อในราคาที่สูงกว่าหน้าตั๋วได้บนแพลตฟอร์มทางการของตนเอง ซึ่งเคยมีผู้ตั้งราคาตั๋วนัดชิงชนะเลิศไว้แบบไร้เหตุผลถึงใบละ 2.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 75 ล้านบาท และล่าสุดพบว่ามีตั๋วใบหนึ่งถูกตั้งราคาไว้เกือบ 11.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 377 ล้านบาท
.
การที่ FIFA ตัดสินใจอนุญาตให้มีการขายต่อตั๋วชมเกม ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์อีกทอดจากเรื่องนี้ เพราะพวกเขาหักเปอร์เซ็นต์ 15% จากการขาย และ ชาร์จเพิ่มอีก 15% จากฝั่งผู้ซื้อ ซึ่ง FIFA อ้างว่าเป็นเรื่องปกติที่ทำกันในสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาที่น่าตกใจจากศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ระบุว่า FIFA อาจแอบใช้เว็บไซต์ขายต่อที่ไม่เป็นทางการในการโละขายตั๋วราคาถูก เพื่อหลีกเลี่ยงการคืนเงินให้กับผู้ที่ซื้อตั๋วราคาเต็มไปแล้วด้วย
จากการตรวจสอบพบว่ามีตั๋วเหลือขายหรือว่างอยู่ใน 71 นัด จากทั้งหมด 104 นัดของการแข่งขันฟุตบอลโลก
นัดที่มีผู้ชมโหรงเหรงมักเป็นนัดของทีมจากประเทศที่ยากจน หรือประเทศที่แฟนบอลไม่ได้เดินทางตามไปเชียร์เป็นจำนวนมาก เช่น กาตาร์พบสวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรเลียพบตุรกี, อิหร่านพบนิวซีแลนด์, อิรักพบนอร์เวย์ และ กานาพบปานามา
แม้แต่ทีมที่ได้รับความนิยมสูงอย่างอังกฤษและสกอตแลนด์ก็ได้รับผลกระทบ อย่างนัดที่อังกฤษพบกานา และปานามา ยังคงมีตั๋วหลายพันใบค้างอยู่ในตลาดขายต่อในราคาที่สูงลิ่ว ราว 805 ถึง 24,736 ดอลลาร์ (26,400-811,000 บาท) ส่วนสกอตแลนด์ก็มีตั๋วเหลือขายในนัดที่พบกับเฮติและโมร็อกโก เช่นกัน
ภาพ: Jane Tyska/Digital First Media/East Bay Times via Getty Images


