×

‘เอกนิติ’ เตรียมถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. ชูผลประเมิน S&P-Moody’s-IMD วางทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว

19.06.2026
  • LOADING...
ภาพ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

‘เอกนิติ’ เตรียมประชุม กรอ. นัดแรก 22 มิถุนายนนี้ นำผลประเมิน S&P-Moody’s-IMD วางทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว รื้อโครงสร้าง 4 ด้าน ชู Thailand Fast Pass ปลดล็อกกฎหมายหนุนลงทุน

 

 
 

วันนี้ (19 มิถุนายน) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมนำผลการประเมินจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือและความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ทั้ง S&P Global Ratings, Moody’s และ IMD เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นัดแรก ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เพื่อใช้เป็นกรอบกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า กรอ. ชุดใหม่ ซึ่งมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน จะทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายด้าน ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยี กำลังคนและแรงงาน รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ชุดใหม่ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของประเทศมากขึ้น ภายใต้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

 

เตรียมตั้ง 4 คณะทำงานย่อย ขับเคลื่อนปฏิรูปเศรษฐกิจ

 

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป กรอ. จะจัดตั้งคณะทำงานย่อย 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ และด้านแรงงาน เพื่อผลักดันการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม

 

ดร.เอกนิติ เชื่อว่า หากสามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนภายในระยะเวลา 3-4 ปี โดยแนวทางการทำงานจะอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน คล้ายกับรูปแบบที่เคยใช้ในยุครัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีบทบาทนำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

 

ชู Thailand Fast Pass ต้นแบบปลดล็อกกฎระเบียบหนุนลงทุน

 

นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มิถุนายน เพื่อเป็นต้นแบบการปรับปรุงกฎหมายและขั้นตอนอนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน

 

ดร.เอกนิติ ระบุว่า การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการลดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ

 

“Thailand Fast Pass เป็นต้นแบบที่พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ เพียงปลดล็อกกฎระเบียบก็สามารถขับเคลื่อนการลงทุนได้” ดร.เอกนิติ กล่าว

 

S&P คงเครดิตไทย BBB+ ขณะ IMD ขยับอันดับแข่งขันขึ้น 4 ขั้น

 

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า ผลประเมินล่าสุดจากสถาบันระดับโลกถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อประเทศไทย โดย S&P Global Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ BBB+ พร้อมคงมุมมองมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและฐานะการคลังของประเทศ

 

ขณะที่ IMD ปรับอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยขึ้น 4 อันดับ จากอันดับ 30 มาอยู่ที่อันดับ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะตัวชี้วัดด้านการลงทุนระหว่างประเทศที่ปรับขึ้นจากอันดับ 30 มาอยู่ที่อันดับ 24 สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวมถึงด้านการคลังและความง่ายของระบบภาษีที่มีอันดับดีขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ผลประเมินยังสะท้อนจุดอ่อนสำคัญของไทย โดยเฉพาะด้านการศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขในระยะต่อไป

 

ชี้ไทยผชิญโจทย์ค่าครองชีพ-ต้นทุนพลังงาน

 

สุดท้ายนี้ ดร.เอกนิติ กล่าวว่า สถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่วิกฤตด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เป็นวิกฤตด้านเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่ประชาชนยังสัมผัสได้ โดยต้นเหตุของราคาสินค้าที่สูงขึ้นมาจากต้นทุนพลังงานที่แพง ซึ่งเป็นผลจากการที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข

 

ส่วนสถานการณ์ของตลาดเงินและตลาดทุน ดร.เอกนิติชี้ว่า ขณะนี้มีเงินทุนไหลเข้าตลาดทุนไทยในระดับสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการไหลออกของเงินทุนจากอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาด้านเสถียรภาพและวิกฤตทางการคลัง ขณะที่การที่ประเทศไทยยังคงยืนยันในเรื่องวินัยทางการคลังและความพยายามในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสะท้อนออกมาในภาพของตลาดทุนไทยที่ปรับตัวดีขึ้นในวันนี้

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories