คลังเร่งเปิดทางใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท หนุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ‘รถเมล์ไฟฟ้า-โซลาร์เซลล์’ ย้ำลดพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ด้าน กมธ. ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เตรียมประชุมนัดแรก 10 มิ.ย. ด้านฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการคลังเร่งรวมข้อมูลเพื่อชี้แจง หลังฝ่ายค้านยื่นฟ้องผู้ตรวจการแผ่นดิน
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (9 มิถุนายน) ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อเสนอขอเงินสนับสนุนจากวงเงินภายใต้ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน 400,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนที่ 2 วงเงิน 200,000 ล้านบาท ซึ่งกำหนดไว้สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
เบื้องต้น กระทรวงคมนาคมได้แสดงความประสงค์เสนอโครงการเปลี่ยนรถขนส่งสาธารณะเป็นระบบไฟฟ้า ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอแผนสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ อย่างไรก็ตาม แต่ละโครงการมีรายละเอียดจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องจัดทำข้อมูลให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ก่อนเข้าสู่การพิจารณา
ลวรณกล่าวว่า การลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นมาตรการที่มีความจำเป็นในระยะยาว เนื่องจากจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
“กรณีที่สงครามมีความยืดเยื้อ น้ำมัน และก๊าซขาดแคลนจากการขนส่งที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ประเทศไทยก็อาจจะมีน้ำมันสำรองใช้เพียง 90 วัน แต่หากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนมาตรการที่สามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซได้” ลวรณกล่าว
กมธ. ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เตรียมประชุมนัดแรก 10 มิ.ย.
ด้าน วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันที่ 10 มิถุนายน 2569 จะมีการประชุมนัดแรกของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ดังกล่าว โดยผู้อำนวยการ สศค. และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนกระทรวงการคลังเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการด้วย
สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบการใช้เงินกู้ หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 18,800 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีงบประมาณ 2569 นั้น วินิจระบุว่า กระทรวงการคลังได้รับทราบเรื่องแล้ว และเคยชี้แจงเหตุผลและวัตถุประสงค์ของการใช้เงินในประเด็นดังกล่าวไปก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม วินิจระบุว่า ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการคลังกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยยืนยันว่า การใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. วงเงิน 400,000 ล้านบาท เป็นไปตามกรอบวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนดไว้
“กระทรวงการคลังได้เคยชี้แจงเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการใช้เงินและกู้เงินตาม พ.ร.ก. ดังกล่าวไปแล้ว แต่เมื่อมีกระบวนการนี้เกิดขึ้น เราก็พร้อมจะชี้แจงอีก ซึ่งฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการคลังกำลังเร่งเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงเรื่องนี้อย่างละเอียด” วินิจ กล่าว
หลายหน่วยงานเตรียมยื่นโครงการ รอ สบน. กลั่นกรอง
วินิจกล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้กำลังอยู่ระหว่างกำหนดวันประชุมครั้งต่อไป โดยขณะนี้มีหลายหน่วยงานเตรียมเสนอแผนงานเพื่อขอรับการสนับสนุนจาก พ.ร.ก. เงินกู้ดังกล่าว
ในขั้นตอนต่อจากนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะจะเป็นผู้พิจารณารายละเอียดเบื้องต้นของแต่ละโครงการ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ต่อไป

