วันนี้ (9 มิถุนายน) ที่พรรคภูมิใจไทย แนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงการเปิดเวทีการเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI PASSPORT ในวันพฤหัสบดีนี้ว่า ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มอบหมายให้ตน และปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมไปรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดที่มีในโลกออนไลน์หรือในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งขณะนี้มองว่าเป็นการให้ข้อมูลด้านเดียว จึงเห็นว่าควรเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น
เวทีนี้ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร แต่ได้มีการเชิญชวนผู้ที่สนใจโครงการดังกล่าวเข้าร่วม เพื่อสะท้อนว่าระบบมีข้อบกพร่องตรงไหน หรือควรเพิ่มเติมอะไร เพราะขณะนี้ยังไม่มีใครเห็นว่าเนื้องานเป็นอย่างไร ดังนั้น เวทีรับฟังความคิดเห็นจะทำให้ได้เห็นข้อมูลในหลายส่วน โดยกระทรวงไม่ได้ปิดกั้นว่าใครจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วม แต่เชิญทุกคนมาเพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้
เมื่อถามว่า ความคิดเห็นในเวทีนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่ เนื่องจากโครงการได้ผู้ว่าจ้างแล้ว แนนกล่าวว่า ความคิดเห็นสามารถมองได้หลายมุม บางความเห็นอาจอยู่ในส่วนของสัญญาอยู่แล้ว หรือบางส่วนอยู่นอกเหนือสัญญา หากเป็นข้อเสนอที่ดีและคู่สัญญาหรือนักพัฒนาเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ ก็คงเป็นการเจรจาเบื้องต้นในลักษณะดังกล่าว แต่ขอให้รอข้อสรุปจากการรับฟังก่อน
แนน กล่าวว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ เพราะทุกคนทราบดีว่าการดำเนินโครงการของรัฐจะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ก่อนการลงนามสัญญา ซึ่งโครงการนี้ก็มีการดำเนินการเช่นกัน แต่ในช่วงที่จัดประชาพิจารณ์ไม่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น เมื่อโครงการผ่านการพิจารณา ได้ผู้รับจ้าง และเพิ่งเริ่มต้นขั้นตอนดำเนินงาน จึงเริ่มมีข้อคิดเห็นตามมา
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี จึงต้องการทำให้ดีที่สุดตามความตั้งใจของทุกฝ่าย โดยมีเป้าหมายให้เป็นเหมือนหลายประเทศที่สนับสนุนการเข้าถึง AI แก่ประชาชนในวงกว้าง แต่ไทยยังติดข้อจำกัดด้านงบประมาณ ตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ที่ให้สิทธิ์แก่ประชาชนจำนวนมากกว่าไทยเล็กน้อย แต่ระยะเวลาดำเนินโครงการสั้นกว่าไทยครึ่งหนึ่ง และใช้งบประมาณสูงกว่า พร้อมย้ำว่าโครงการนี้คำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ไม่ได้มุ่งเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ส่วนกรณีที่ รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวจะเป็นเวทีฟอกขาวให้กับโครงการนั้น แนน กล่าวว่า หากเป็นเวทีฟอกขาวจริง ก็คงต้องเชิญเฉพาะบุคคลที่ต้องการให้ข้อมูลเชิงบวกเท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเปิดเวทีสาธารณะและเปิดรับฟังทุกความคิดเห็น
“ฉะนั้น จะมาบอกว่าเป็นเวทีฟอกขาวหรือไม่ วันนี้ขออย่าชี้นำสังคมแบบนี้ ขอให้คุยกันด้วยเนื้องานจริง ๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ใครที่ออกมาสนับสนุนโครงการดังกล่าว ทั้งที่อาจเป็นเพียงอีกมุมมองหนึ่งของสังคม ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้หมด ไม่ว่าจะเป็นมุมที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือเป็นกลาง เพราะฉะนั้นการชี้นำว่าคนที่คิดต่างทำผิด ตนเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่จิตใจไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่ ในการที่จะมองว่าทุกคนสามารถเห็นต่างได้”


