ปีเตอร์ มักยาร์ นายกรัฐมนตรีฮังการี เตรียมถอดถอน ทามาส ซุลย็อก ประธานาธิบดีฮังการี ชี้เป็น ‘หุ่นเชิด’ ให้กับอดีตผู้นำอย่าง วิกเตอร์ ออร์บาน หลังปฏิเสธลาออกจากตำแหน่ง โดยคาดว่า รัฐบาลชุดใหม่ของฮังการีต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อขับไล่ขั้วการเมืองเก่าออกจากอำนาจ
ประเด็นสำคัญ
ล่าสุด มักยาร์ประกาศพร้อมถอดถอนประธานาธิบดี และบุคคลสำคัญทางการเมืองอื่นๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยออร์บาน เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 15 คน, ประธานศาลฎีกาและอัยการสูงสุด รวมถึงหัวหน้าสำนักงานตุลาการแห่งชาติ โดยชี้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้คือหุ่นเชิดทางการเมือง ทำงานเพื่อรับใช้ผลประโยชน์ให้กับอดีตผู้นำ หลังเขาได้เรียกร้องซุลย็อกให้ลาออกจากตำแหน่งหลายครั้ง โดยกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา
“ผมได้บอกกับประธานาธิบดีว่า หากเขายังคงรักษาจุดยืนและไม่ลาออก ผมจะแจ้ง… สมาชิกสภานิติบัญญัติของพรรคทิสซาเกี่ยวกับข้อเสนอทางกฎหมายของเราในวันนี้ และเราจะเริ่มขั้นตอนที่จำเป็นทันที” มักยาร์กล่าวหลังเข้าพบซุลย็อก
ก่อนหน้านี้ มักยาร์ได้โจมตีซุลย็อกว่า ไม่คู่ควรจะเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงความสามัคคีของคนในชาติ เพราะไม่เคยยืนหยัดเพื่อกลุ่มเปราะบาง หลักนิติธรรม หรือคนที่ถูกโจมตีเลย ซึ่งเป็นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ในการเลือกตั้งว่า จะถอดถอนกลุ่มขั้วอำนาจเก่าทันทีหลังคว้าชัยชนะ
สถานการณ์ครั้งนี้ทำให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องเผชิญกับการปะทะกับกลุ่มอำนาจขั้วเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยพรรคฟิเดสซ์ พรรคขวาจัดของออร์บานออกมาวิจารณ์ว่า ข้อเรียกร้องของมักยาร์ผิดกฎหมาย เพราะซุลย็อกกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามวาระ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในปี 2029 และไม่สามารถถูกปลดออกจากตำแหน่งได้
ขณะที่ซุลย็อกปฏิเสธลาออกจากตำแหน่ง โดยโพสต์บน Facebook ส่วนตัวว่า การกระทำของมักยาร์จะทำให้เกิดวิกฤตทางรัฐธรรมนูญ เกิดความแตกแยกในสังคม และสร้างความเสียหายให้กับประชาธิปไตยของฮังการี พร้อมย้ำว่า เขาต้องการทำงานกับรัฐบาลมักยาร์ และจะไม่ขัดขวางการปฏิรูปประเทศ เช่น การปลดล็อกเงินทุนสำหรับสหภาพยุโรป (EU)
ขั้นตอนถอดถอนประธานาธิบดีฮังการีทำอย่างไร?
ตามคำสัมภาษณ์ของมักยาร์ เขาระบุว่า กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน รวมไปถึงการถอดถอนหุ่นเชิดทางการเมืองทั้งหมดที่มีส่วนร่วมในการทำลายหลักนิติธรรมและประชาธิปไตย
“ประเทศฮังการีไม่ได้เป็นของ ทามาส ซุลย็อก หรือ วิกเตอร์ ออร์บาน และไม่ได้เป็นของพรรคการเมืองหรือระบบการเมืองใดระบบหนึ่ง
“รัฐธรรมนูญระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ประธานาธิบดีต้องแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของชาติและพิทักษ์การทำงานที่เป็นประชาธิปไตยของรัฐ”
มักยาร์ยังกล่าวหาว่า ซุลย็อกล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่หลายประเด็น เช่น กล่าวถ้อยคำลดทอนความเป็นมนุษย์ในช่วงที่ออร์บานสาบานตน หรือรับรองกฎหมายสั่งห้ามจัดงานไพรด์ของกลุ่ม LGBTQIA+
อนึ่ง สื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่า มักยาร์ไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนว่า จะใช้วิธีการทางรัฐธรรมนูญในรูปแบบใดเพื่อถอดถอนซุลย็อก หากแต่แนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ การเลือกตั้งประมุขแห่งรัฐโดยตรง
ปัจจุบัน รัฐสภาฮังการีเป็นผู้แต่งตั้งประธานาธิบดี โดยมีอำนาจเชิงสัญลักษณ์ในฐานะประมุขแห่งรัฐเท่านั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บทบาทนี้มีอำนาจทบทวนกฎหมายของรัฐสภา ลงนามบังคับใช้กฎหมาย และส่งร่างกฎหมายไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาได้ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่คาดว่า ซุลย็อกอาจใช้อำนาจขัดขวางแผนการรัฐบาล
ขณะที่พรรคทิสซา (Tisza) ของมักยาร์ ได้รับเสียงข้างมากถึง 2 ใน 3 ในสภาแห่งชาติ ซึ่งทำให้พรรคมีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องใช้เพื่อปฏิรูปฮังการีจากยุคของออร์บาน
ภาพ: Bernadett Szabo / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/06/01/hungarys-new-pm-to-oust-orban-puppet-president-constitution/
- https://www.bbc.com/news/articles/c3w2vdd6jj3o
- https://www.aljazeera.com/news/2026/6/1/hungarys-magyar-to-amend-the-constitution-to-remove-president-tamas-sulyok
- https://www.dw.com/en/hungarys-pm-peter-magyar-moves-to-oust-president/a-77376889
- https://edition.cnn.com/2026/06/01/europe/hungary-magyar-legal-action-refuse-resign-intl


