ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มอบทั้งความสุขและความเจ็บปวดให้กับผู้คนได้ในเวลาเดียวกัน
สัปดาห์ก่อนอาร์เซนอลเพิ่งได้สัมผัสช่วงเวลาที่งดงามมาแล้ว จากทีมที่รอคอยแชมป์พรีเมียร์ลีกนานถึง 22 ปี ก่อนจะกลับมาทวงบัลลังก์คืนได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเชียร์ ความหวัง และน้ำตาของแฟนบอลที่เฝ้ารอวันนั้นมาแสนนาน
แต่ฟุตบอลก็มีอีกด้านหนึ่งเช่นกัน..
ด้านที่ทำให้ทีมซึ่งต่อสู้อย่างหนักมาตลอดฤดูกาล ต้องกลับบ้านมือเปล่า ทั้งที่อยู่ห่างจากความฝันเพียงไม่กี่ก้าว
อาร์เซนอลเดินทางมาถึงนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ด้วยความเชื่อว่าปีนี้อาจเป็นปีของพวกเขา หลังผ่านวันคืนอันยากลำบาก ผ่านคู่แข่งระดับหัวแถวของยุโรป และมีโอกาสได้สัมผัสถ้วยใบใหญ่ที่สุดของสโมสรฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรก
แต่สุดท้ายแล้ว เรื่องราวกลับจบลงด้วยความผิดหวัง เมื่อพ่ายต่อปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในการดวลจุดโทษ
มันคือความโหดร้ายของกีฬา ที่บางครั้งไม่ได้ตอบแทนความพยายามด้วยรางวัลที่ต้องการเสมอไป
อย่างไรก็ตาม การมาถึงจุดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย และการพลาดแชมป์ในค่ำคืนหนึ่งก็ไม่ได้ลบเลือนทุกอย่างที่พวกเขาสร้างมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เพราะหลายครั้งในโลกของกีฬา ความพ่ายแพ้ไม่ได้เป็นจุดจบ หากเป็นเพียงอีกบทหนึ่งของการเดินทาง
เปแอสเชเองก็เคยผ่านช่วงเวลาเช่นนี้มาแล้ว พวกเขาเคยพ่ายในนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 2020 และต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเปลี่ยนความผิดหวังให้กลายเป็นความสำเร็จ จนสามารถก้าวขึ้นมาครองบัลลังก์ยุโรปได้ในที่สุด
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่าเดอะกันเนอร์สจะนำบทเรียนจากความผิดหวังครั้งนี้ไปต่อยอดอย่างไร จะลุกขึ้นมาได้เร็วแค่ไหน และจะกลับมาท้าทายความฝันใบเดิมอีกครั้งหรือไม่
แม้วันนี้อาจไม่ใช่วันของอาร์เซนอล … แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า วันหน้าจะไม่ใช่วันของพวกเขา






