เหตุการณ์โดรนทหารพุ่งชนอาคารที่พักอาศัยในเมืองกาลัตส์ (Galați) ทางตะวันออกของโรมาเนีย จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายและต้องอพยพประชาชนร่วม 70 ชีวิต กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนความมั่นคงในยุโรป เพราะนี่คือครั้งแรกที่พลเรือนของประเทศสมาชิก NATO ได้รับบาดเจ็บโดยตรงจากผลพวงของสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี
ประเด็นสำคัญ
ทำไมโดรนรัสเซียถึงมาตกที่โรมาเนีย?
จากการเปิดเผยของประธานาธิบดี นิคูชอร์ ดาน แห่งโรมาเนีย คาดว่าโดรนลำดังกล่าว ซึ่งระบุว่าเป็นรุ่น Geran-2 (หรือ Shahed 136 ที่ผลิตโดยอิหร่าน) เป็นหนึ่งในฝูงโดรน 43 ลำที่รัสเซียใช้โจมตีเมืองท่าเรนี (Reni) ของยูเครน แต่ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนยิงสกัดจนสูญเสียการควบคุม และเปลี่ยนทิศทางล่วงล้ำเข้ามาตกและระเบิดในฝั่งโรมาเนียแทน
ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ออกมาตั้งคำถามเชิงปฏิเสธว่าไม่ใช่โดรนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องขอซากโดรนไปตรวจสอบ
ข้อจำกัด 4 นาที: ทำไมกองทัพโรมาเนียถึงไม่ยิงสกัด?
กองทัพโรมาเนียตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดอันเข้มงวด ทั้งในแง่ของ “เวลา” และ “กฎการปะทะ” โดยพลจัตวา เกออร์เก มักซิม เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เรดาร์ตรวจพบโดรนจนถึงช่วงเวลาที่มันตกใส่ตึก มีเวลาให้ตัดสินใจเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ โรมาเนียยังมีสถานะเป็นประเทศที่อยู่นอกเขตสงคราม จึงไม่สามารถยิงขีปนาวุธล่วงล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของยูเครนเพื่อทำลายโดรนก่อนได้ ทำได้เพียงส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 บินลาดตระเวนเฝ้าระวังเท่านั้น
การตอบโต้ด้วยมาตรการทางการทูต
แม้กองทัพจะพยายามชี้แจงให้ประชาชนคลายความตื่นตระหนกว่านี่ไม่ใช่ “การเจตนาโจมตีประเทศโรมาเนีย” แต่เป็นเพียงผลกระทบจากการโดนลูกหลง ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์นี้มีความรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม ซึ่งนำไปสู่การที่โรมาเนียสั่งขับกงสุลรัสเซียประจำเมืองคอนสแตนตาทันที พร้อมสั่งปิดสำนักงานกงสุลดังกล่าว ซึ่งทางมอสโกก็ขู่ว่าจะโต้ตอบในไม่ช้า
ปฏิกิริยาจาก NATO และพันธมิตรตะวันตก
หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น ผู้นำโลกตะวันตกต่างออกมาประณามรัสเซียอย่างรุนแรง โดย มาร์ก รุตเต เลขาธิการ NATO ยืนยันว่าพันธมิตรพร้อมปกป้องดินแดนของสมาชิกทุกตารางนิ้ว
ขณะที่ อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ชี้ว่ารัสเซียได้ “ล้ำเส้น” อีกครั้ง เช่นเดียวกับ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และฟรีดริช แมร์ทซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ร่วมแสดงจุดยืนเคียงข้างโรมาเนียในการต่อต้านการก้าวร้าวของรัสเซีย
พื้นที่ชายแดน: จุดเปราะบางที่ยากจะป้องกัน
พื้นที่แถบแม่น้ำดานูบ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เปราะบางและป้องกันได้ยากยิ่ง เนื่องจากท่าเรือขนส่งสินค้าของยูเครนตั้งอยู่ประชิดกับพรมแดนโรมาเนียเพียงไม่กี่กิโลเมตร
ที่ผ่านมาโรมาเนียพบเศษซากโดรนตกในฝั่งตัวเองมาแล้วถึง 47 ครั้ง (เฉพาะปีนี้ปีเดียวสูงถึง 12 ครั้ง) แต่ครั้งนี้ร้ายแรงที่สุดเพราะหัวระเบิดทำงานเต็มพิกัดและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินจริงเป็นครั้งแรก
ก้าวต่อไปของความมั่นคงในยุโรปตะวันออก
เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า ผลกระทบจากสงครามของรัสเซียไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพรมแดนยูเครน ปัจจุบันโรมาเนียได้ยื่นเรื่องต่อ NATO เพื่อขอเร่งรัดการส่งมอบ ระบบต่อต้านโดรน (Anti-drone capabilities)
เช่นเดียวกับประเทศแถบบอลติกและโปแลนด์ที่เคยเจอเหตุการณ์โดรนเปลี่ยนทิศทางเช่นนี้ จนต้องมีการหารือเร่งด่วนตามมาตรา 4 ของสนธิสัญญา NATO ซึ่งทุกฝ่ายต่างจับตาดูว่า มาตรการป้องกันภัยทางอากาศของยุโรปตะวันออกหลังจากนี้ จะถูกยกระดับให้เข้มข้นขึ้นจนถึงขั้นเปิดฉากยิงโดรนตั้งแต่อยู่ในเขตน่านฟ้ายูเครนได้หรือไม่
ภาพ: Inquam Photos/George Calin via REUTERS
อ้างอิง:


