×

ผู้ถือหุ้น ‘ซีพี ออลล์’ โหวตไม่เห็นด้วย แยก 3 ธุรกิจการเงิน ไปรวม Virtual Bank ด้าน ธปท.ย้ำหลักการ Real Sector ต้องไม่มีอำนาจคุมภาคการเงิน และต้องแยกกันเพื่อเปิดทางผู้เล่นใหม่

29.05.2026
  • LOADING...
ภาพอาคารธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมโลโก้ CPALL และ CP Group ประกอบข่าวผู้ถือหุ้น CPALL โหวตไม่เห็นด้วยกับการแยกธุรกิจเพื่อ Virtual Bank

จากกรณีที่คณะกรรมการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ได้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาในหลักการว่าจะให้ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ซึ่งเดิมทีเป็นธุรกิจในเครือที่ CPALL ถือหุ้นอยู่ เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACMH) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือไม่นั้น

 

 

ผู้ถือหุ้น CPALL โหวตไม่เห็นด้วยแยก 3 ธุรกิจ ไปรวม Virtual Bank

 

ล่าสุด ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) ซึ่งเริ่มประชุมเมื่อเวลา 14.00 น. ได้มีมติไม่เห็นด้วยให้แยก 3 ธุรกิจดังกล่าวเข้าไปรวมอยู่ในกลุ่มธุรกิจ Virtual Bank ด้วยคะแนนเสียง 96.4%

 

การลงคะแนนเสียงดังกล่าว ต้องได้รับคะแนนเสียง 75% ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม โดยบริษัทในเครือ CP Group ซึ่งถือหุ้นรวมกัน 36.2% ใน CPALL ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน เนื่องจากมีส่วนได้เสียโดยตรงในผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

 

ธปท.ย้ำหลักการ Real Sector ต้องแยกจากภาคการเงิน และไม่มีอำนาจควบคุม

 

ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลักการก็คือภาคการเงินกับธุรกิจนอกภาคการเงิน (Real Sector) ต้องแยกกัน ธปท.มีหลักการนี้ชัดเจน เพราะว่าธปท.อยากได้ผู้เล่นรายใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นบริษัทใหม่เลย หรือเป็นบริษัทที่ทำ Real Sector แล้วเข้ามาก็ได้

 

“ฉะนั้นต้องเขียนให้ชัดว่าถ้าเป็น Real Sector เข้ามา ต้องตัดให้ขาดในแง่ของความสามารถในการควบคุมอำนาจกิจการ ต้องไม่ปนกัน ไม่เช่นนั้นภาคการเงินจะเอื้อ Real Sector ได้ เพราะฉะนั้นต้องตัดให้ได้ หากผู้ถือหุ้นไม่ยอมก็มีแนวทางอื่น ซึ่งให้ไปแล้วว่ามีหลายแนวทางที่จะทำให้ถูกได้ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์”

 

ถ้าทุกบริษัทสามารถดำเนินการได้ผ่านเกณฑ์ ก็ไม่มีเหตุผลที่คณะกรรมการต้องดึงรั้งไว้ อยากให้ทุกบริษัทสามารถเริ่มให้บริการประชาชนได้ เพียงแต่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่พูดคุยกันไว้ เพราะจริงๆ แล้วสาเหตุที่เลือก 3 รายนี้ เนื่องจากการพูดคุยกันในเบื้องต้นว่าสามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ต่างๆ ได้

 

ทั้งนี้ ธปท.เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ในกระบวนการยื่นขออนุญาตจัดตั้ง Virtual Bank ตั้งแต่ต้น ผู้ขอรับใบอนุญาตได้ยื่นขออนุญาตและรับรองแล้วว่าจะดำเนินการให้ธุรกิจที่ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ตนเองมีอำนาจควบคุม มาอยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน โดยแยกออกจาก Real Sector เพื่อให้กำกับดูแลความเสี่ยงของธุรกิจทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้ Virtual Bank เอื้อประโยชน์ (Conflict of Interest) แก่ธุรกิจในเครือทั้งในและนอกภาคการเงินอย่างไม่เหมาะสม อาทิ การให้สินเชื่อเกินขอบเขตที่กำหนด การทำธุรกรรมที่กำหนดราคาหรือเงื่อนไขที่พิเศษกว่ากรณีปกติ เป็นต้น

 

ผู้ขอจัดตั้ง Virtual Bank อาจดำเนินการได้หลายแนวทางเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของประกาศกระทรวงการคลัง ตัวอย่างเช่น

 

(1) โอนเฉพาะธุรกิจทางการเงิน (ซึ่งไม่จำเป็นต้องโอนมาทั้งกิจการ) ให้เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกันกับ VB

 

(2) ลดสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจทางการเงินเพื่อไม่ให้มีอำนาจควบคุม

 

(3) คืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่มีนัยสำคัญ

 

(4) ดำเนินการอื่นใดเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของประกาศ

 

(5) ยื่นขออนุญาตโดยไม่ปรับโครงสร้างธุรกิจพร้อมให้เหตุผลความจำเป็นประกอบการพิจารณา

 

จับตา! CP Group เดินหน้าต่ออย่างไร? เพื่อตั้ง Virtual Bank ได้ทันตามแผน

 

ด้านแหล่งข่าวบริษัทเปิดเผยว่า หนึ่งในสิ่งที่ธปท.ต้องการเห็นคือ CP Group ไม่ได้มีอำนาจควบคุมเหนือ CPALL ในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นหน่ึงในหลักการที่กำหนดไว้ หลังจากนี้ CP Group จะต้องนำผลการประชุมผู้ถือหุ้น CPALL วันนี้ รายงานต่อธปท. จากนั้นรอดูว่าธปท.จะมีความเห็นอย่างไรต่อไป

 

ส่วนกระบวนการในการจัดตั้ง Virtual Bank นั้น ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จะเริ่มเปิดให้บริการ Virtual Bank ได้ในภายในเดือนกรกฎภาคมนี้ โดยอาจจะเป็นการเปิดให้บริการเพียงบางส่วนก่อน

 

นักลงทุนสถาบันและต่างชาติกลับเข้าลงทุน CPALL หลังปลดข้อกังวล

 

ด้าน ภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากผลการลงคะแนนเสียงดังกล่าว ทำให้โครงสร้างธุรกิจของ CPALL จะยังคงเหมือนเดิม ถือเป็นผลบวกต่อราคาหุ้น

 

“ก่อนหน้านี้นักลงทุนสถาบันบางส่วนลดสัดส่วนหุ้น CPALL ในพอร์ตลง แต่จากผลประชุมทำให้ ความไม่แน่นอนดังกล่าวถูกปลดล็อก ทำให้นักลงทุนสถาบันและต่างชาติจะกลับเข้าลงทุนอีกครั้ง หลังจากที่กำไรของบริษัทในไตรมาสแรกเติบโตดีกว่าคาด แต่ที่ผ่านมาถูกกดดันจากประเด็นนี้” ภาดลกล่าว

 

ทั้งนี้ ผลการประชุมดังกล่าวเป็นการรับรองว่าผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วย และเป็นเหมือนการตอบในสิ่งที่ธปท.มีคำถามก่อนหน้านี้ และช่วยลดข้อกังขาเกี่ยวกับอำนาจในการควบคุมธุรกิจการเงินของ CP Group ต่อ CPALL ได้

 

ล่าสุด ราคาหุ้น CPALL ปรับตัวขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.61% จากวันก่อนหน้า

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories