วันนี้ (9 กันยายน) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฉายภาพสถานการณ์ SME ไทย โดยระบุว่า SME ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการจ้างงานอยู่ประมาณ 13.6 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 70% ของการจ้างงานทั้งหมดของประเทศ และ มีสัดส่วน (Contribution) ต่อ GDP ประมาณ 35% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน SME เริ่มสร้างอัตราการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยได้น้อยลงเรื่อยๆ
ประเด็นสำคัญ
โดยเมื่อเทียบกับในอดีต การเติบโตของ GDP โตเฉลี่ยประมาณ 3.5% มาจาก SME ประมาณ 1.9% แต่ปัจจุบัน Contribution ของ SME ต่อเศรษฐกิจไทยเหลือเพียง 1.3% เท่านั้น ท่ามกลางภาวะที่ SME ไทยเจอปัญหารุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นอัตรารอดชีวิตที่ต่ำ ศักยภาพการสร้างรายได้ถดถอย หนี้เสียสูง และ การถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง
อัตราการรอดต่ำ พบ 50% ตายภายใน 10 ปี
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า ตามข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ยังพบว่า SME ที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกว่า 50% ต้องปิดกิจการภายใน 10 ปี และ เหลือรอดเพียง 30% เมื่อผ่านไป 25 ปี

SME ไทยศักยภาพการสร้างรายได้ถดถอย
นอกจากนี้ SME รุ่นใหม่ (ดำเนินธุรกิจช่วงปี 2013-2024) มีอัตราการเติบโตของรายได้ที่ต่ำกว่า SME ในยุคก่อนหน้า (ดำเนินธุรกิจช่วงปี 2001-2012) อย่างชัดเจน โดยรายได้ของ SME รุ่นใหม่เริ่มชะงัก เมื่อดำเนินกิจการไปได้ 5 ปี สะท้อนว่า ศักยภาพ SME ไทยกำลังแย่ลง และโตยากขึ้น

SME ไทยหนี้ท่วม ดอกเบี้ยสูง กำลังกลายเป็นผีดิบ
วิทัยกล่าวต่อว่า SME จำนวนมากกำลังประสบปัญหาหนี้ โดยตามข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) พบว่า สัดส่วนหนี้เสีย (NPL) ต่อสินเชื่อรวมของ SME พุ่งสูงถึงประมาณ 9.5% เทียบกับรายใหญ่ที่ NPL ต่ำกว่า 2% เท่านั้น
โดย SME ที่กลายเป็นบริษัทผีดิบ (Zombie SME) ที่มีกำไรไม่พอจ่ายดอกเบี้ย ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 2% เป็นเกือบ 6% แล้ว ท่ามกลางภาวะที่ SME ยังต้องรับภาระดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยที่แพงกว่ารายใหญ่อย่างเห็นได้ชัด ที่ประมาณ 6.9% เทียบกับ 3.9% ของรายใหญ่ในปี 2025

SME ไทยถูกปฏิเสธสินเชื่อถึง 70% รายใหม่ยิ่งหมดหวัง
ผู้ว่าธปท. กล่าวต่อว่า เมื่อดูการเข้าถึงสินเชื่อพบว่า อัตราขยายตัวของสินเชื่อ SME หดตัว 4.6% ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ สวนทางกับสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ขยายตัวถึง 6.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังพบว่าตามข้อมูลในระบบ SME ถูกธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธสินเชื่อ (Reject) ถึง 55% โดยได้รับการอนุมัติได้เพียง 45% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม วิทัยกล่าวว่า ตัวเลขการถูกปฏิเสธสินเชื่อจริงอาจสูงถึง 60-70% เนื่องจากจะมี SME ส่วนหนึ่งที่เมื่อขอกู้ธนาคารพาณิชย์แล้วก็ถูกปฏิเสธสินเชื่อทันที ไม่ได้เข้าระบบ
นอกจากนี้ หากเป็น SME รายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติเครดิตเลยถูกธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธสินเชื่อ (Reject) 78% ขณะที่ SME ที่มีหนี้เสียถูกปฏิเสธสินเชื่อ 86% ซึ่งวิทัยย้ำว่าทั้ง 2 ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง (Underestimated) โดยตัวเลขจริงอาจขึ้นไปถึง 90% แล้ว
ขณะที่เมื่อไปดู SME ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด 30% แรก พบว่า กู้เงินผ่านแค่ 21% อีกเกือบ 80% กู้ไม่ได้ สัดส่วนดังกล่าวนับว่าน้อยอย่างมากเมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด 30% แรก ที่ขอสินเชื่อผ่านถึง 60%
วิทัยย้ำว่า ปัญหา SME เป็น 1 ใน 4 ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ ธปท. เตรียมก้าวเข้ามาแก้ ได้แก่ หนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อ ความเหลื่อมล้ำ และเงินเทา
“ถ้าจะทำให้ประเทศดีขึ้น ต้องทำให้ SME ดีขึ้นให้ได้ งานยาก แต่ต้องลงมือทำ ต้องร่วมกันทำ” วิทัยกล่าว
เปิดแนวทางแก้ปัญหา SME ของแบงก์ชาติ
ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า เพื่อแก้ปัญหาให้ SME โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อ และต้นทุน ธปท. เตรียมทำโครงการ SME Credit Ecosystem เป็นโครงสร้างและแนวทางการดำเนินงานของ ธปท. ในช่วง 1 ปีต่อจากนี้ เพื่อลดต้นทุนการเข้าถึงสินเชื่อ (Transaction cost) และบริหารจัดการความเสี่ยงจากหนี้เสีย (Credit cost / NPL) ของ SME โดยประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ได้แก่
- SME Credit Portal: ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางในการจับคู่ระหว่าง SME ที่มีศักยภาพกับสถาบันการเงิน เพื่อแก้ปัญหาการค้นหาลูกค้า (Search cost) และปัญหาข้อมูลไม่สมบูรณ์ (Information asymmetry) โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเปิดตัวเดือนธันวาคม
- กลไกการค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่: โดยไม่ได้ใช้เงินของภาครัฐ แต่ใช้เงินที่ธนาคารพาณิชย์นำส่งเข้ากองทุน FIDF มาบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มวงเงินค้ำประกันและลดความเสี่ยง NPL โดยคู่ขนานกับ บสย. โดยคาดการณ์ว่าจะช่วยค้ำประกันสินเชื่อได้เพิ่มอีกประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี เมื่อรวมกับ บสย จะครอบคลุมเป้าหมายถึง 200,000 ล้านบาท
- Data Bureau: ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลประเภทอื่นนอกเหนือจากบัญชีธนาคาร (เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ภาษี ประวัติชำระเงิน และข้อมูลโทรศัพท์มือถือ) เพื่อช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า หรือ SME ที่ไม่ได้นำเงินเข้าบัญชีเป็นประจำ
ผู้ว่าการ ธปท. ยังทิ้งท้ายว่า “แม้เงินทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของ SME แต่ทุนอย่างเดียวไม่พอ SME ต้องยกระดับผลิตภาพของตัวเองด้วย”
ภาพ: pixs4u / Shutterstock

