ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ (29 พฤษภาคม) มีมติไม่อนุญาตให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียกตัว ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและเว็บไซต์พนัน ในระหว่างสมัยประชุมสภาฯ ด้วยมติไม่เห็นด้วย 308 เสียง เห็นด้วย 126 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 3 เสียง จากจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 432 คน
โดยที่ประชุมพิจารณาตามวาระด่วนและยึดหลักการคุ้มครองเอกสิทธิ์สมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125
ก่อนการลงมติ ชนนพัฒฐ์ได้ชี้แจงต่อสภาฯ ว่า ตนรับฟังทุกคำติติงและยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีแนวคิดหลบหนี แต่มีความจำเป็นต้องยึดถือหลักการคุ้มครอง สส. ตามรัฐธรรมนูญในระหว่างที่ยังอยู่ในสมัยประชุม และพร้อมเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทันทีเมื่อปิดสมัยประชุม
ในการอภิปรายวาระดังกล่าว นันทนา สงฆ์ประชา สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายคัดค้านการส่งตัว โดยระบุว่า หลักการคุ้มกัน สส. ตามรัฐธรรมนูญ เป็นหลักประกันเชิงสถาบันนิติบัญญัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแทรกแซงและรักษาความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่เอกสิทธิ์เพื่อหลบหลีกคดีส่วนบุคคล
การเรียกตัวไปสอบสวนก่อนปิดสมัยประชุมในเดือนกรกฎาคมอาจกระทบต่อการพิจารณากฎหมายสำคัญ ซึ่งกระบวนการยุติธรรมยังสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุม
ทางด้าน ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายสนับสนุนให้อนุญาตการส่งตัว โดยชี้แจงว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 มีไว้เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่กรณีของชนนพัฒฐ์เป็นข้อกล่าวหาคดีอาญาที่ร้ายแรงและเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ จึงสมควรให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
พร้อมยืนยันมาตรฐานของพรรคประชาชนว่า หากในอนาคตมีสมาชิกของพรรคเผชิญข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน ทางพรรคจะลงมติสนับสนุนให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นกัน


