×

จาก ‘คู่แข่ง’ สู่เพื่อนคู่ค้า ทำไมไทยกับเวียดนาม หันมาลงเรือลำเดียวกัน

29.05.2026
  • LOADING...
ภาพธงชาติไทยและเวียดนามคู่กัน สื่อถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

เวียดนามกำลังก้าวจาก ‘ดาวรุ่งอาเซียน’ สู่ ‘เสือเศรษฐกิจ’ ที่โลกจับตา ที่มีศักยภาพทั้งด้านการศึกษา การส่งออก และเป้าหมาย GDP ที่โตถึง 10% โดยภาคเอกชนไทยเตือนว่า หากไทยไม่เร่งปรับเกม เวียดนามอาจแซงไทยเร็วกว่าคาด

 

 
 

ท่ามกลางแรงกดดันนี้ ไทยจึงเริ่มเปลี่ยนจาก ‘คู่แข่ง’ เป็น ‘คู่ค้า’ เดินหน้าเชื่อมห่วงโซ่อุปทานและยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ เพื่อรับมือการแข่งขันโลกยุคใหม่ร่วมกัน

 

ภาพธงชาติไทยและเวียดนามคู่กัน สื่อถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 1

 

สนั่น อังอุบลกุล นายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม และประธานอาวุโสหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH เดิมทั้งสองประเทศตั้งเป้ามูลค่าการค้าทวิภาคีไว้ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2570 ซึ่งปัจจุบันถือว่าใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชวนวิเคราะห์ เหตุใดสินค้าจีนทะลัก ส่งออกเริ่มหมดแรง แบกเศรษฐกิจไทยไม่ไหว แม้แต่ ‘ข้าวไทย’ ยังเสี่ยงพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งเวียดนามและอินเดีย ชวนวิเคราะห์ เหตุใดสินค้าจีนทะลัก ส่งออกเริ่มหมดแรง แบกเศรษฐกิจไทยไม่ไหว แม้แต่ ‘ข้าวไทย’ ยังเสี่ยงพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งเวียดนามและอินเดีย
12 มี.ค. 2567 | 20:16
รัฐบาลเวียดนามเดินหน้ารื้อโครงสร้างรัฐ หลัง ‘โต เลิม’ คว้าชัยอีกสมัย ฝันใหญ่ดันเป้า GDP โต 10% รัฐบาลเวียดนามเดินหน้ารื้อโครงสร้างรัฐ หลัง ‘โต เลิม’ คว้าชัยอีกสมัย ฝันใหญ่ดันเป้า GDP โต 10%
25 ม.ค. 2569 | 17:20
ป่วนทั้งตลาด! เวียดนามแอบสวมสิทธิ์กดราคาส่งออกทุเรียนไทย อีกไม่นานเสี่ยงถูกเพื่อนบ้าน ‘ล้มแชมป์’ ปัญหาอยู่ที่ใคร? ป่วนทั้งตลาด! เวียดนามแอบสวมสิทธิ์กดราคาส่งออกทุเรียนไทย อีกไม่นานเสี่ยงถูกเพื่อนบ้าน ‘ล้มแชมป์’ ปัญหาอยู่ที่ใคร?
27 พ.ค. 2568 | 10:12
ทำไมไทยแพ้เกมท่องเที่ยว จีน-เกาหลีใต้-รัสเซีย บินข้ามไทยไปเวียดนาม-ญี่ปุ่นแทน ทำไมไทยแพ้เกมท่องเที่ยว จีน-เกาหลีใต้-รัสเซีย บินข้ามไทยไปเวียดนาม-ญี่ปุ่นแทน
11 ก.ค. 2568 | 11:39

อย่างไรก็ตาม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศระหว่างการหารือร่วมกันว่า ไทยและเวียดนามต้องการยกระดับมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 5 ปีข้างหน้า

 

จุดท้าทายสำคัญคือความไม่สมดุลด้านการลงทุนที่ผ่านมา เพราะส่วนใหญ่ที่ผ่านมา กลุ่มทุนไทยจะขยายการลงทุนเข้าไปในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคอุตสาหกรรม พลังงาน และนิคมอุตสาหกรรม แต่เม็ดเงินลงทุนจากเวียดนามที่ไหลเข้าสู่ไทยกลับยังมีสัดส่วนค่อนข้างต่ำ

 

“เป้าหมาย 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากความร่วมมือยังเดินเพียงทางเดียว เวียดนามต้องเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เพื่อสร้างผลผลิตและห่วงโซ่อุปทานการส่งออกร่วมกัน” สนั่นกล่าว

 

ทุนเวียดนามสนใจ Hospitality Medical ในไทย

 

เมื่อถามว่า ณ วันนี้ นักลงทุนเวียดนามสนใจลงทุนธุรกิจอะไรในไทย สนั่น ระบุว่า หนึ่งในอุตสาหกรรมที่เวียดนามสนใจเข้ามาเรียนรู้มากที่สุดคือ ‘ธุรกิจบริการ’ และโรงแรม หรือ Hospitality ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญระดับโลก และอาจกลายเป็นพื้นที่ความร่วมมือใหม่ระหว่างสองประเทศในอนาคต ซึ่งล่าสุด Vietnam airlines เปิดเส้นทางใหม่ ภูเก็ต-โฮจิมินห์ เพื่อขยายการท่องเที่ยวระหว่างกัน

 

การร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ครั้งนี้ จะต่อยอดจุดแข็งของไทยด้านเครือข่ายการบินและสินค้าการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ซึ่งจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

 

ดังนั้น ภาคเอกชนไทยยังเสนอ ‘พิมพ์เขียว ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 3 ด้าน เพื่อเปลี่ยนความสัมพันธ์จากการแข่งขัน มาเป็นการผนึกจุดแข็งร่วมกันสู้ตลาดโลก

 

เวียดนามไร้หนี้ครัวเรือน เก่งด้านชิป-เกษตรกรรม

 

ด้านแรกคือ Connect Supply Chain หรือการเชื่อมห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งเวียดนามมีจุดแข็งด้านต้นทุนและผลผลิตต่อไร่ ขณะที่ไทยเชี่ยวชาญเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารและการสร้างมูลค่าเพิ่ม หากผสานกันได้ จะยกระดับศักยภาพการส่งออกอาหารของภูมิภาคทันที

 

ด้านที่สองคือ Connect Digital & Social การเชื่อมโยงเทคโนโลยีและสังคม การศึกษา เช่น เวียดนามเก่งเรื่องเซมิคอนดักเตอร์

 

“วันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเวียดนามกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วด้านดิจิทัลและบุคลากรรุ่นใหม่ จึงมีการเสนอความร่วมมือด้าน Soft Power เช่น การผลิตภาพยนตร์ ที่ใช้เทคโนโลยีและกราฟิกจากเวียดนาม ผสานกับประสบการณ์การผลิตและโลเคชันของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล”

 

ส่วนด้านสุดท้ายคือ Connect Sustainability หรือความร่วมมือด้านความยั่งยืน ผ่านการพัฒนา Green Energy และเป้าหมาย Net Zero เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่าง Data Center

 

โดยเสนอให้ทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพลังงานสะอาดและพลังงานชีวภาพ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

 

นอกจากนี้ สนั่นยังมองเห็น ‘โอกาสทอง’ ของไทยในฐานะ Medical Hub ของภูมิภาค โดยจากที่ได้คุยกับเพื่อนๆธุรกิจของเวียดนามส่วนใหญ่ มองว่า เวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน แต่ระบบสาธารณสุขและมาตรฐาน โรงพยาบาลยังตามหลังไทย ขณะที่ข้อจำกัดทางกฎหมายของเวียดนาม ยังทำให้โรงพยาบาลต่างชาติเข้าไปดำเนินธุรกิจได้ยาก

 

“ไทยมีแพทย์ที่มีศักยภาพ โรงพยาบาลได้มาตรฐานสากล หากดึงผู้ป่วยเวียดนามที่มีกำลังซื้อเข้ามารักษาในไทยได้ จะกลายเป็นรายได้มหาศาลของประเทศ” เขากล่าว

 

สนั่นเตือนว่า ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากเวียดนามมากขึ้น

 

แม้ปัจจุบัน GDP ไทยจะยังอยู่ที่ประมาณ 5.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าเวียดนามที่ราว 5.14 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ช่องว่างดังกล่าวกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาคส่งออกที่เวียดนามมียอดส่งออกสูงถึง 4.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ขณะที่ไทยยังอยู่ราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น อีกทั้งไทยยังเผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง ต่างจากเวียดนามที่มีภาระหนี้ต่ำกว่าและยังมีกำลังซื้อภายในประเทศสูง ที่สำคัญคือนโยบายรัฐด้านการปฏิรูปประเทศชัดเจนของ โต เลิม ที่มุ่งปราบคอร์รัปชัน ปรับ ยุบกระทรวง ลดข้าราชการ เพื่อความคล่องตัว

 

“หากไทยไม่เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและกฎหมายให้เอื้อต่อการลงทุนเหมือนเวียดนาม ในอนาคตอันใกล้ GDP ของเวียดนามอาจแซงไทยได้” สนั่นกล่าว ทิ้งท้าย

 

ภาพธงชาติไทยและเวียดนามคู่กัน สื่อถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 2

 

50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ว่า ปีนี้เป็นปีที่พิเศษสำหรับประเทศไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม

 

โดยตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ได้เติบโตจากมิตรภาพไปสู่ความเป็น ‘หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์’ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของประชาชน ของประเทศ และของภูมิภาค

 

ปัจจุบันประเทศเวียดนามและไทย มีบทบาทสำคัญในอาเซียน และภูมิภาคอาเซียนซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุดในโลกในทุกๆ มิติ ในการประชุม ASEAN Summit และซึ่งได้มีการพูดคุยกันในธีม ‘Navigating our future together’

 

“หมายความว่าเราให้ความสำคัญกับการกำหนดอนาคตของประเทศเราทั้งสอง ซึ่งในกลุ่มผู้นำอาเซียน มีการหารือกันหลายเรื่อง ทั้งพลังงานและอาหาร การรับมือกับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง”

 

ด้วยการเชื่อมโยง Supply Chain ในภูมิภาค และการเร่งเสริมความพร้อมสำหรับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ จากความร่วมมือในระดับภูมิภาค หลายประเทศคงจะหาทางไปต่อยอดในระดับทวิภาคีด้วยกัน ประเทศไทยและเวียดนามถือเป็นสองประเทศในอาเซียนที่มีพลังทางเศรษฐกิจที่สูงมาก

 

“พลังเหล่านี้มาจากความเชื่อมั่นของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ผู้นำทางด้านภาคอุตสาหกรรม ด้านการเงิน ที่ทรงพลังยิ่งของทั้งสองประเทศ เราจะสามารถส่งเสริมการเกื้อกูลกันได้เป็นอย่างดี”

 

ไทย ‘คู่ค้า’ อันดับหนึ่งเวียดนาม

 

อนุทิน ย้ำว่า ไทยถือเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ในขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน มีมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

โดยมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในอนาคตเราควรร่วมกันผลักดันให้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

“วันนี้ประเทศไทยมีการลงทุนในเวียดนามเป็นจำนวนมาก จึงอยากเห็นภาคธุรกิจเวียดนามเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน เพราะเศรษฐกิจของไทยและเวียดนามมีขนาดใกล้เคียงกัน เราไม่ใช่คู่แข่งแต่คือคู่ค้าและหุ้นส่วนที่จะเติบโตไปด้วยกัน”

 

ความใกล้ชิดระหว่างคนเวียดนามและไทยมีมานานแล้ว แต่เชื่อว่าด้วยบารมีของท่านประธานาธิบดีและความตั้งใจที่จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนมีความเข้มแข็ง วันหนึ่งเราก็จะทำให้ประเทศเวียด นามและประเทศไทยมีบทบาทที่สำคัญต่ออาเซียน ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญมาก โครงสร้างเศรษฐกิจของเรานี้ก็จะเกื้อกูลกัน เวียดนามเติบโต ไทยก็จะเติบโตไปด้วยกัน

 

ปลุก New Engines Growth ภูมิภาค

 

นอกจากนี้ ปัจจุบันทั้งสองประเทศกำลังเร่งสร้าง New Engines of Growth หรือเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่เติบโต มีทั้งโอกาสใหม่ๆ ที่เป็นเศรษฐกิจดิจิทัล, AI, เซมิคอนดักเตอร์, รถยนต์ไฟฟ้า, อุตสาหกรรมสีเขียว, อาหารแห่งอนาคต, พลังงานสะอาด, เศรษฐกิจสุขภาพ และนิคมอุตสาหกรรม

 

ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันเป็นสักขีพยาน ในการลงนามแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านของไทยและเวียดนาม แนวคิด ‘Three Connects’ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน

 

ภาพธงชาติไทยและเวียดนามคู่กัน สื่อถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 3

 

มองไทยผ่านสายตา ‘โต เลิม’

 

โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กล่าวว่า ในโลกปัจจุบัน ‘ไม่มีประเทศใดสามารถเติบโตได้อย่างโดดเดี่ยว’

 

“ไทยและเวียดนามจำเป็นต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน”

 

เวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะฐานการผลิตและอุตสาหกรรมสำคัญของภูมิภาค

 

ขณะที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ อาหาร พลังงาน การค้า และบริการ รวมถึงมีภาคเอกชนที่เข้มแข็งและมีศักยภาพสูง

 

ดังนั้น ไทยและเวียดนามจึงสามารถผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เชื่อมโยงฐานการผลิต และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและการส่งออกที่สำคัญของภูมิภาค เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศและอาเซียนโดยรวม

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories