ภาพรวมการลงทุนต่างชาติในไทยกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อธุรกิจญี่ปุ่นที่เคยเป็นเสาหลักเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน เริ่มปรับลดจำนวนพนักงานต่างชาติลงอย่างเห็นได้ชัด การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง, เงินบาทแข็งค่า และการขยายอิทธิพลของทุนจีน
ประเด็นสำคัญ
ยู ทาเคฮิสะ เลขาธิการหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia ว่า “บริษัทญี่ปุ่นกำลังลดจำนวนพนักงานที่ถูกส่งตัวมาจากประเทศแม่ลง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อกระจายอำนาจการบริหารให้คนท้องถิ่น และปรับปรุงผลกำไรขององค์กร”
สอดคล้องกับ คัตสึฮิโระ แจ็ก นากามูระ ซีอีโอของ Asian Identity บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มา 12 ปีที่กล่าวกับ Nikkei Asia ว่า “สิ่งนี้มาจากนโยบายที่เข้มงวดของสำนักงานใหญ่ที่ต้องการลดต้นทุน รวมถึงต้องการให้องค์กรมีความเป็นท้องถิ่นมากขึ้น”
ผู้สังเกตการณ์ชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งเสริมว่า ปรากฏการณ์นี้มาจากปัญหาขาดแคลนคนทำงานในญี่ปุ่นเพราะประชากรลดลง พร้อมเตือนว่าบริษัทญี่ปุ่นในไทย ‘ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด’ ของการลดจำนวนพนักงาน
สัญญาณถดถอยผ่านตัวเลขประชากร
ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศของไทยชี้ว่า ประชากรญี่ปุ่นในไทยลดลง 15% ตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด โดยปัจจุบันเหลือ ‘ประมาณ 70,000 คน’ ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขใบอนุญาตทำงานที่เคยสูงถึง 36,622 ใบในปี 2015 แต่กลับลดลงเหลือเพียง 21,898 ใบในปีที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
| ญี่ปุ่นมองอนาคตอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยอย่างไร ในวันที่จีนกำลังเปลี่ยนเกม 26 พ.ค. 2569 | 17:56 |
| ศึกครองตลาดรถยนต์ไทย ค่ายรถจีนท้าชน ค่าย ‘ญี่ปุ่น’ แชมป์เก่า กระแส EV โตแรง แค่ 3 ปี กินส่วนแบ่งตลาดแล้ว 13% 27 พ.ค. 2569 | 12:36 |
| หมดยุค ‘Made in Japan’ แล้วจริงหรือ? เมื่อ BYD ไล่บี้ Toyota หนักสุดรอบทศวรรษ ค่ายรถ EV จีนกวาดเรียบ ตลาดใหม่ออสเตรเลีย อินเดีย ไทย 21 พ.ค. 2569 | 0:58 |
ในขณะที่จำนวนใบอนุญาตทำงานของชาวจีนกลับเติบโตสวนทางและแซงหน้าญี่ปุ่นไปแล้วตั้งแต่ปี 2023 โดยข้อมูลจนถึงเดือนสิงหาคมปีที่แล้วระบุว่า ตัวเลขใบอนุญาตของชาวจีนพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับเกือบ 53,000 ใบ
ดร.ภวิดา ปานะนนท์ ศาสตราจารย์ด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ในแง่บวก บริษัทเหล่านี้อาจกำลังหันมาจ้างงานคนในพื้นที่มากขึ้น และส่งเสริมให้คนไทยได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปรับผิดชอบงานระดับสูงแบบที่พวกเขาเคยทำ”
ทว่าเธอก็มองในมุมกลับว่า “ในแง่ลบ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าไม่มีการลงทุนใหม่ๆ เข้ามาจากญี่ปุ่น” และ “กระแสเงินลงทุนจากจีนได้เข้ามาแทนที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรารู้ดีว่ากลุ่มทุนจีนกำลังรุกคืบเข้ามาอย่างหนัก ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นกำลังค่อยๆ ทยอยจากไป”
ญี่ปุ่นเคยครองสัดส่วนการลงทุนจากต่างประเทศในไทยถึง 40% ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 แต่ปัจจุบันผลกระทบจากการถดถอยได้ลามไปถึงภาคสังคม โดยโรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งเปิดขึ้นสำหรับครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมตามแนวชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยรับเฉพาะนักเรียนชาวญี่ปุ่นเท่านั้น
โดยวิทยาเขตหลักในกรุงเทพฯ เคยมีนักเรียนสูงสุดราว 3,000 คนในปี 2013 แต่ในปี 2025 กลับเหลือเพียง 2,038 คน ส่วนวิทยาเขตศรีราชาก็ลดลงจาก 500 คนเหลือ 400 คน เช่นเดียวกับสนามกอล์ฟบางพระที่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวญี่ปุ่นบริหารโดยชาวญี่ปุ่น ปัจจุบันมีนักกอล์ฟเกาหลีใต้มาใช้บริการมากกว่าชาวญี่ปุ่นถึง 4 ต่อ 1 และถูกบริหารโดยคนไทยแทนแล้ว
พ่ายแพ้ศึกยานยนต์และปัญหาค่าตอบแทน
นากามูระชี้ให้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดว่า “ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนได้เข้ามาบุกตลาดอย่างหนัก และโดยรวมแล้วบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นได้สูญเสีย ‘ส่วนแบ่งการตลาด’ ในไทยไปถึง 10-15%”
เขาเล่าถึงเหตุการณ์สำคัญว่า “ตอนที่ BYD เข้ามาตั้งโรงงานแห่งใหม่ในไทย พวกเขาพยายามอย่างหนักในการดึงตัววิศวกรและผู้จัดการฝ่ายผลิตที่มีความสามารถจาก Mitsubishi และ Suzuki” ซึ่งท้ายที่สุด “Suzuki ได้ตัดสินใจปิดโรงงานของตนลง”
ซีอีโอของ Asian Identity ซึ่งมีลูกค้าองค์กรระดับท็อปอย่าง Honda, Panasonic Automotive, Asahi Kasei, Denso และ Jetro วิเคราะห์สาเหตุความถดถอยว่า “การลดลงของบริษัทญี่ปุ่นในไทย เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก เช่น เงินเยนอ่อนค่า, ความล่าช้าในการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า และคู่แข่งชาวจีน”
เขายังระบุถึงปัจจัยภายในว่า “รวมถึงระบบการจัดการประเมินผลงานและโครงสร้าง ‘ค่าตอบแทน’ ที่ล้าหลัง และความล่าช้าในการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น” โดยพบว่าเงินเดือนเฉลี่ยพนักงานไทยในบริษัทญี่ปุ่นต่ำกว่าบริษัทคู่แข่งระดับนานาชาติถึง 20-30%
ธุรกิจรายย่อยเข้าแทนที่ท่ามกลางการแข่งเดือด
ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) พบว่า ปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นในไทยราว 6,000 แห่ง โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 200 แห่งในช่วงปี 2020-2024 ซึ่งเป็นการเข้ามาของธุรกิจร้านอาหารและการท่องเที่ยว เพื่อแทนที่บริษัทผลิตขนาดใหญ่ที่ถอนตัวไป
ด้านหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีสมาชิกราว 1,680 แห่ง ลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2019 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ Asian Identity ก็เริ่มมองเห็นโอกาสใหม่และเตรียมขยายสำนักงานแห่งที่สองไปยังเวียดนามและอินเดียภายในปีนี้
ส่วนหอการค้าอเมริกันที่มีขนาดเล็กกว่าญี่ปุ่นเกือบสามเท่าก็เผชิญภาวะถดถอยเล็กน้อยตั้งแต่ปี 2015 โดยปีที่แล้วอเมริกามีใบอนุญาตทำงานไม่ถึง 6,500 ใบ และมีแนวโน้มว่าอาจถูกไต้หวันที่ส่งคนเข้ามามากขึ้นตั้งแต่ปี 2010 แซงหน้าไปได้ในปีนี้
ตัวเลขใบอนุญาตทำงานกว่า 6,000 ใบของไต้หวันเมื่อปีที่แล้ว ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงอิทธิพลทางธุรกิจของกลุ่มคนเชื้อสายจีน ที่กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเศรษฐกิจของไทย
ภาพ: borisk.photos / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://asia.nikkei.com/economy/japanese-expats-being-sent-home-from-thailand-as-employers-cut-costs

