ปลัดคลังยืนยัน ผู้ลงทะเบียนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย Plus 60/40’ ที่อยู่ระหว่างรอตรวจสอบสิทธิ 3 วัน ไม่เสียสิทธิแน่นอน หากผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ เนื่องจากระบบนับรวมอยู่ในยอดลงทะเบียนแล้ว มั่นใจ 30 ล้านสิทธิเพียงพอ หลังเปิดลงทะเบียนวันแรกยอดพุ่ง 23.2 ล้านคน
วันนี้ (25 พฤษภาคม) ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ตอบปมข้อกังวลการเข้าร่วม โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ โดยยืนยันว่าประชาชนที่ลงทะเบียนใหม่และอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบสิทธิประมาณ 3 วัน จะไม่เสียสิทธิในการเข้าร่วมโครงการอย่างแน่นอน หากตรวจสอบแล้วมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
เนื่องจากตัวเลขผู้ลงทะเบียนล่าสุด ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 23.2 ล้านคน ได้รวมกลุ่มผู้ที่อยู่ระหว่างรอตรวจสอบสิทธิเข้าไปในระบบเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น แม้จำนวนสิทธิ 30 ล้านสิทธิจะเต็มในระหว่างรอผลตรวจสอบ ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จไว้ก่อนก็ยังคงได้รับสิทธิตามเดิม หากผ่านคุณสมบัติ
ทั้งนี้ หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ สิทธิดังกล่าวจึงจะถูกนำกลับมาเปิดให้ประชาชนรายอื่นเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มเติมต่อไป
สำหรับบรรยากาศการเปิดลงทะเบียนวันแรก ประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก โดยในช่วง 30 นาทีแรก มียอดลงทะเบียนทะลุ 10 ล้านคน อย่างไรก็ดี ระบบยังสามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังมีการเพิ่มขีดความสามารถของระบบ (Scale up) ให้รองรับธุรกรรมได้สูงสุดถึง 700,000 รายการต่อวินาที
ลวรณยังแสดงความมั่นใจว่า จำนวน 30 ล้านสิทธิจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันประชากรไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปมีประมาณ 53 ล้านคน และมีผู้ที่อยู่ในฐานข้อมูลโครงการภาครัฐรวมกว่า 43 ล้านคน เมื่อพิจารณาโครงการลักษณะเดียวกันในอดีต เช่น โครงการ ‘คนละครึ่ง’ ซึ่งเคยเปิดลงทะเบียนแบบปลายเปิดไว้ แต่มีผู้ใช้สิทธิสูงสุดประมาณ 28 ล้านคนเท่านั้น
ส่วนกรณีที่รัฐบาลไม่ได้ให้สิทธิอัตโนมัติ แต่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมเองนั้น ลวรณระบุว่า เป็นไปตามข้อกฎหมายที่กำหนดให้ประชาชนต้องกดยืนยันและยอมรับเงื่อนไข (Consent) ด้วยตนเองก่อนเข้าร่วมโครงการ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านค้าเดิมในระบบ ซึ่งมีอยู่ราว 1 ล้านราย ให้เข้ามากดยืนยันสิทธิการเข้าร่วมโครงการอีกครั้ง ขณะที่ร้านค้าใหม่สามารถติดต่อสาขาของ ธนาคารกรุงไทย เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการได้
ลวรณกล่าวเพิ่มเติมว่า ในรอบนี้ แอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ จะเริ่มนำเทคโนโลยี AI หรือ ‘นกกระซิบ’ มาใช้ เพื่อช่วยร้านค้าในการค้นหาข้อมูล บริหารต้นทุน และจัดทำบัญชีอย่างง่าย ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้ารายย่อยที่ไม่เคยมีข้อมูลทางการเงิน สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบจากธนาคารของรัฐได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมองว่า โครงการไทยช่วยไทย Plus (60/40) จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

