วันนี้ (21 พฤษภาคม) นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขร ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงความจำเป็นในการปรับอัตราค่าโดยสาร สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกและภายในประเทศที่มีความผันผวน
โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการเดินเรือ ได้ปรับตัวสูงขึ้นไปแตะที่ระดับ 41.49 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาระต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทฯ
จากสถานการณ์ดังกล่าว บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด จึงมีความจำเป็นต้องประกาศปรับอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภทเพิ่มขึ้น 1 บาทจากอัตราเดิม โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินต่อไปได้และยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการแก่ประชาชน
สำหรับรายละเอียดอัตราค่าโดยสารใหม่ที่จะมีการปรับขึ้น ประกอบด้วย เรือธงส้ม (เส้นทางนนทบุรี – วัดราชสิงขร) ปรับจากราคา 18 บาท เป็น 19 บาทตลอดสาย เรือธงเหลือง (เส้นทางนนทบุรี – สาทร) ปรับจากราคา 23 บาท เป็น 24 บาทตลอดสาย ในส่วนของ เรือธงเขียวเหลือง จะมีการปรับตามระยะทาง ได้แก่ เส้นทางปากเกร็ด – นนทบุรี ปรับจาก 16 บาท เป็น 17 บาท, เส้นทางนนทบุรี – สาทร ปรับจาก 23 บาท เป็น 24 บาท และเส้นทางตลอดสายปากเกร็ด – สาทร ปรับจาก 35 บาท เป็น 36 บาท ขณะที่เรือโดยสารปรับอากาศ เรือธงแดง (เส้นทางนนทบุรี – สาทร) จะปรับจากราคา 32 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 33 บาท
อย่างไรก็ตาม นาวาตรีเจริญพร ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการว่า การปรับขึ้นราคาในครั้งนี้เป็นการปรับตามความจำเป็นจากสภาวะต้นทุนพลังงานเท่านั้น
โดยบริษัทฯ จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และในกรณีที่ราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับตัวลดลงสู่ระดับเกณฑ์มาตรฐานในอนาคต บริษัทฯ ก็พร้อมที่จะพิจารณาปรับลดอัตราค่าโดยสารลง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการต่อไป


