×

เผยเบื้องหลังความสำเร็จของ ‘Mazda6e’ หมากตัวแรกในสมรภูมิ EV ของมาสด้า [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
25.05.2026
  • LOADING...
รถยนต์ไฟฟ้า Mazda6e สีแดง

HIGHLIGHTS

  • แม้ว่ากระแสยานยนต์ไฟฟ้าจะมาแรงทั่วโลก แต่ Mazda ยังคงย้ำจุดยืนชัดเจนว่า หัวใจของแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่เครื่องยนต์ แต่อยู่ที่ ‘ความรู้สึกและประสบการณ์การขับขี่’ และการออกแบบที่ ‘ยึดถือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง’
  • ‘Mazda6e’ รถยนต์พลังไฟฟ้า BEV รุ่นแรกที่สามารถดึงสปอตไลท์ให้กลับมาส่องที่มาสด้าได้อีกครั้งหลังเปิดตัวครั้งแรกในอาเซียนในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ที่ผ่านมา 
  • ‘Mazda6e’ มาพร้อมรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก World Car Design of the Year 2026 ซึ่งรังสรรค์ตามแนวคิด KODO: Soul of Motion จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว เอกลักษณ์การออกแบบมาตรฐานระดับโลกของมาสด้า 
  • ตัวเลขยอดจอง ‘Mazda6e’ ทั่วประเทศขยับขึ้นไปมากกว่า 4,000 คันแล้ว สะท้อนว่ายังมีพื้นที่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอีกมากถ้าดีไซน์ สมรรถนะ และคุณภาพตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทย   
  • มาสด้ามุ่งหน้าสู่การเป็น No.1 Customer Retention แบรนด์ที่ลูกค้าอยู่ด้วยนานที่สุด ด้วยการยกระดับบริการหลังการขายและการบริหารความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

อะไรทำให้ ‘Mazda6e’ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของมาสด้า กลายเป็นม้ามืดในตลาดรถไฟฟ้าของไทย และกลับมายืนอยู่แถวหน้าอย่างสมศักดิ์ศรี

 

รถยนต์ไฟฟ้า Mazda6e สีแดง 1

 

‘มาสด้า’ แบรนด์ที่เติบโตมาด้วยจิตวิญญาณแห่งการไม่ยอมแพ้ ในวันที่ตลาดรถยนต์เผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ การมาถึงของ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในหลายมิติ แน่นอนว่ามาสด้าเองก็ได้รับผลกระทบในแง่ยอดขาย เพราะคู่แข่งบางรายได้เปรียบจากเทคโนโลยีไฟฟ้าที่พร้อมกว่า รวมถึงการเอื้อประโยชน์ทางด้านภาษีและการสนับสนุนจากภาครัฐ

 

ปัจจุบันความต้องการพลังงานไฟฟ้ามีหลากหลายรูปแบบ มาสด้าเองประกาศแผนยุทธศาสตร์ที่วางแนวทางไปจนถึงปี 2030 ให้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าหรือที่เรียกว่า ‘The Dawn of Electrification’ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เฟส

 

เฟส 1 เตรียมความพร้อม (2022 – 2024) สิ่งที่มาสด้าทำคือการลงทุนและพัฒนาแนวทางในการทรานส์ฟอร์มเทคโนโลยีไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

 

เฟสที่ 2 ช่วง Transition (2025 – 2028)
เน้นกลยุทธ์ ‘Multi-Solution Strategy’ พัฒนาเครื่องยนต์ที่หลากหลายให้ลูกค้าได้มีตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาป โรตารี ไฮบริด และไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการนำแนวคิด ‘Lean Asset Strategy’ ในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิตและเรื่อง R&D รวมถึงการทำ Partnership

 

เฟสที่ 3 เป็นช่วง Full-Scale Electrification ตั้งเป้าปี 2030 รถทุกคันต้องมีพลังงานไฟฟ้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบขับเคลื่อน

 

รถยนต์ไฟฟ้า Mazda6e สีแดง 2

 

แม้ว่ากระแสยานยนต์ไฟฟ้าจะมาแรงทั่วโลก แต่มาสด้ายังคงย้ำจุดยืนชัดเจนว่า หัวใจของแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่เครื่องยนต์ แต่อยู่ที่ ‘ประสบการณ์การขับขี่’ และการออกแบบที่ ‘ยึดถือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง’

 

และนี่คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ ‘Mazda6e’ รถยนต์พลังไฟฟ้าล้วน BEV รุ่นแรกที่สามารถดึงสปอตไลท์ให้กลับมาส่องที่มาสด้าได้อีกครั้งหลังเปิดตัวครั้งแรกในอาเซียนในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ที่ผ่านมา

 

‘Mazda6e’ ม้ามืดท่ามกลางสมรภูมิ EV

 

‘Mazda6e’ ถูกพัฒนาขึ้น ณ โรงงานของมาสด้าในเมืองนานจิง ประเทศจีน ที่เปิดตัวมาด้วยราคาเหนือความคาดหมาย ได้รับรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก World Car Design of the Year 2026 ซึ่งรังสรรค์ตามแนวคิด KODO: Soul of Motion จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว ถ่ายทอดเส้นสายที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง สะท้อนเอกลักษณ์การออกแบบมาตรฐานระดับโลกของมาสด้า ผสานความล้ำสมัยผ่านแนวคิด Authentic Modern ที่หลอมรวมความสง่างาม และพลังแห่งการเคลื่อนไหวให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ให้โดดเด่นในสมรภูมิ EV

 

รถยนต์ไฟฟ้า Mazda6e สีแดง 3

 

และอย่างที่บอกไป ‘ประสบการณ์การขับขี่’ คือหัวใจสำคัญของแบรนด์ ผลตอบรับที่ดีจากนักข่าวสายยานยนต์ที่ได้ทดลองขับ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า Mazda6e มีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในแบบมาสด้า ให้ประสบการณ์ขับขี่ที่ดีกว่ารถรุ่นที่หลายคนเปรียบเทียบว่าเป็นคู่แฝด หรือแม้แต่แบรนด์ยอดนิยม

 

โดยเฉพาะในด้านความนิ่ง สมดุลของตัวรถ Mazda6e มีการปรับช่วงล่างและการตอบสนองของตัวรถที่ทำให้ขับง่ายและมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ความเร็วเดินทางไกล เสน่ห์ยังอยู่ที่ความกลมกลืนระหว่างคนขับกับตัวรถ สามารถรักษาจิตวิญญาณการขับขี่แบบมาสด้า ภายใต้แนวคิด Jinba Ittai ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองและควบคุมได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็น DNA ของมาสด้าในการพัฒนาให้รถมีสมรรถนะที่ดี และได้มาตรฐานแบบมาสด้า

 

กระแสตอบรับของ Mazda6e สะท้อนผ่านตัวเลขยอดจองทั่วประเทศขยับขึ้นไปมากกว่า 4,000 คันแล้ว ตัวเลขนี้ยังสะท้อนว่ายังมีพื้นที่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอีกมากถ้าดีไซน์ สมรรถนะ และคุณภาพตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทย

 

รถยนต์ไฟฟ้า Mazda6e สีแดง 4

 

นอกจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ที่ผ่านมา มาสด้ายังนำรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ‘The All-New Mazda CX-6e’ มาโชว์ครั้งแรกในอาเซียน และมีแผนที่จะส่งรุ่นนี้ลงตลาดไทยอย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นปี

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังตอกย้ำกลยุทธ์ Multi-Solution Strategy ที่เน้นความหลากหลายของขุมพลังเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า โดยมาสด้ามองว่าจากเครื่องยนต์สันดาปที่แข็งแกร่งยังสามารถใช้ความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่เพื่อตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะที่ขับสนุกในแบบมาสด้าและความประหยัด ขณะเดียวกัน มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอด 2 ปีนี้ โดยมี Mazda6e เป็นหมากตัวแรก

 

ตั้งเป้าเป็นแบรนด์ที่ยืนระยะในใจลูกค้าได้นานที่สุด

 

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เคยกล่าวไว้ว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยจะไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว

 

รถยนต์ไฟฟ้า Mazda6e สีแดง 5

 

ไม่ว่ายนตรกรรมยานยนต์จะมุ่งหน้าไปทิศทางไหน มาสด้าจะพัฒนานวัตกรรมไปอย่างไร สิ่งที่มาสด้ายังคงยึดมั่นเสมอมาคือ การสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนให้สามารถยืนระยะในใจลูกค้าตลอดไปด้วยการเป็น No.1 Customer Retention แบรนด์ที่ลูกค้าอยู่ด้วยนานที่สุด ด้วยการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่กว่า 270,000 คน ในประเทศไทย และมีอัตราการกลับเข้าศูนย์บริการสูงกว่า 90% ด้วยการยกระดับบริการหลังการขายและการบริหารความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

 

แบรนด์ให้ความสำคัญกับการลงทุนใน Social Listening Tool เพื่อฟังเสียงลูกค้าแบบเรียลไทม์ นำ Data และ Digital มายกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พัฒนาแพลตฟอร์มศูนย์กลางข้อมูลและประสบการณ์ดิจิทัล สำหรับเครือข่ายผู้จำหน่าย (Dealer) ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้จำหน่ายสามารถนำข้อมูลไปใช้ดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและไปในทิศทางเดียวกัน

 

เนื่องจากบริบทของตลาดรถยนต์เปลี่ยนไป คนซื้อรถคันแรกมีน้อยลง หากจะเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าให้นานที่สุด ต้องเข้าใจว่าอะไรคือความต้องการที่แท้จริง มาสด้าจึงนำฐานข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อส่งมอบการดูแลและนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้รวดเร็วและตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละบุคคล

 

นอกเหนือจากฝั่งลูกค้า ในแง่ของการพัฒนาบุคลากรและการขับเคลื่อนองค์กร ก็ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมงานให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

 

ควบคู่ไปกับการทำ Business Transformation ผ่านแผนงาน Mazda Service Strategy ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า

 

โดยส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้นตั้งแต่ก่อนเป็นเจ้าของรถ และตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถ ผ่านระบบ LINE Mazda SKY Journey ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย เช่น ทำนัดหมายเข้ารับบริการ รวมถึงการแจ้งเตือน และบันทึกข้อมูลสำคัญเกี่ยวข้องกับรถของลูกค้า เป็นต้น

 

อีกทั้งมีโปรแกรมพิเศษในส่วนของบริการหลังการขายของ Mazda Family เช่น โปรแกรมพิเศษขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่รถยนต์จาก 3 ปี เป็น 7 ปี (Mazda Warranty Plus) และโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า e-MUS 8 ปี รวมถึงประกันภัยรถยนต์พรีเมี่ยมมาสด้า (Mazda Premium Insurance) ที่ดูแลรถยนต์มาสด้าในปีต่อประกัน ด้วยสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

 

ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานผ่านศูนย์บริการมาตรฐานและศูนย์ซ่อมตัวถังและสี (Certified Body & Paint) เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ห่างไกล ด้วย Mazda Mobile Service ที่รักษามาตรฐานการบริการให้ต่อเนื่องแม้ในพื้นที่ที่มีการปรับเปลี่ยนโครงข่ายผู้จำหน่าย ไปจนถึงการบริหารจัดการและการกระจายอะไหล่ทั้งในส่วนรถสันดาปภายใน และรถยนต์ไฟฟ้า

 

ความสำเร็จของ Mazda6e ในสมรภูมิ EV คือจุดเริ่มต้นของการ ‘ยืนระยะ’ ในใจลูกค้าท่ามกลางความผันผวนของเทคโนโลยี สะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นความผูกพันที่ยั่งยืน ตามแนวคิด Joy Drives Lives ของมาสด้า ที่ไม่ได้มอบเพียง Joy of Driving จากรถที่ขับสนุก แต่ยังรวมถึง Joy of Living ผ่านประสบการณ์ที่ดีในทุกมิติของการเป็นลูกค้ามาสด้า

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising