พรรคประชาชนเผยแพร่บทความผ่านเพจทางการของพรรควันนี้ (20 พฤษภาคม) วิจารณ์กรณีคณะองคมนตรี เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นสถานการณ์ที่ ‘ไม่ปกติ’ และอาจเสี่ยงละเมิดหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พรรคประชาชนระบุว่า การประชุมดังกล่าวเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤต แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการปรากฏตัวขององคมนตรีหลายราย อาทิ พลากร สุวรรณรัฐ, พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ, พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.อ. จอม รุ่งสว่าง และ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่เข้าร่วมประชุมเพื่อ ‘ให้กำลังใจและคำแนะนำ’ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ของพรรคประชาชนระบุว่า แม้จะมองได้ว่าเป็นความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่การที่องคมนตรีเข้าไปมีบทบาทใกล้ชิดกับการทำงานของฝ่ายบริหาร อาจทำให้เกิดข้อกังขาถึงความเหมาะสมตามหลักการประชาธิปไตย เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ องคมนตรีมีหน้าที่ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ และควรวางตัวเป็นกลาง ไม่แสดงบทบาททางการเมืองหรือการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเด่นชัด
พรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตว่า ในบริบทสังคมไทย ‘คำแนะนำ’ จากองคมนตรีอาจมีน้ำหนักจนยากที่หน่วยงานราชการหรือผู้ปฏิบัติงานจะปฏิเสธหรือโต้แย้งได้ ส่งผลให้เส้นแบ่งระหว่าง ‘คำแนะนำ’ กับ ‘อิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน’ กลายเป็นเรื่องคลุมเครือ
พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนยกประเด็นเรื่องหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) โดยชี้ว่า รัฐบาลเป็นฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้งและต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผ่านกลไกรัฐสภา ขณะที่องคมนตรีไม่ได้มีสถานะทางการเมืองหรือกลไกตรวจสอบจากสาธารณะโดยตรง หากคำแนะนำที่ถูกนำไปปฏิบัติเกิดความผิดพลาด รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวหรือไม่
พรรคประชาชนระบุทิ้งท้ายว่า การปล่อยให้เกิดลักษณะดังกล่าวอาจสร้างความสับสนว่า ‘ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง’ ระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหาร พร้อมย้ำว่า แม้ความหวังดีต่อประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตยและความเหมาะสมตามรัฐธรรมนูญ****


