×

เปิดเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภูมิใจไทย ชูโมเดล สสร. 100 ล็อกห้ามแก้หมวด 1 และหมวด 2

โดย THE STANDARD TEAM
20.05.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา

เปิดสาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทย ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค นำมายื่นต่อประธานรัฐสภาด้วยตนเอง และถือเป็นพรรคแรกที่ประเดิมยื่นร่างแก้ไขฯ ดังกล่าว เพื่อลบข้อครหาความไม่จริงใจ และเป็นการตอบรับผลการออกเสียงประชามติของประชาชน

 

สำหรับสาระสำคัญของร่างแก้ไขฯ ฉบับพรรคภูมิใจไทย ระบุที่มาและเหตุผลของการเสนอแก้ไขว่า สืบเนื่องจากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ยุติแล้วว่าประชาชนเสียงข้างมากจำนวนกว่า 21.6 ล้านคน เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เทียบกับเสียงไม่เห็นชอบ 11.2 ล้านคน)

 

พรรคภูมิใจไทยจึงได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อแก้ไขมาตรา 156 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วย การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมร่วมรัฐสภาและขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญให้มีความชัดเจน

 

โมเดล สสร. 100 คน ตัวแทนรายจังหวัดผสมผู้เชี่ยวชาญ

 

ร่างแก้ไขฯ ของพรรคภูมิใจไทย กำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 100 คน เพื่อรับหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีโครงสร้างที่มาดังนี้

 

  • ตัวแทนระดับจังหวัด 77 คน รัฐสภาจะเป็นผู้เลือกลงคะแนนจากบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกของแต่ละจังหวัด ให้ได้จังหวัดละ 1 คน
  • กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ 23 คน รัฐสภาจะเป็นผู้เลือกจากบัญชีรายชื่อเช่นกัน แบ่งสัดส่วนเป็น ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน 7 คน, สาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 8 คน และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหาร หรือการร่างรัฐธรรมนูญ อีก 8 คน

 

คุณสมบัติของผู้สมัคร สสร. ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบัน เช่น สส., สว., รัฐมนตรี หรือผู้บริหารท้องถิ่น

 

ทั้งนี้ สสร. จะมีประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 1 คน และมีรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 1 หรือ 2 คน บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้จะต้องมาจากมติเห็นชอบของ สสร.

 

ขีดเส้นยกร่างไม่เกิน 360 วัน ห้ามแก้หมวด 1-2

 

ทั้งนี้ สสร. จะต้องดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา 360 วัน นับแต่วันที่เปิดประชุม สสร. ครั้งแรก โดยในกระบวนการทำงาน สสร. จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมาธิการที่สำคัญ 2 ชุด (ชุดละไม่เกิน 45 คน) ได้แก่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการเพื่อรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อดึงภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบและทั่วถึง

 

ร่างแก้ไขฯ ฉบับนี้ได้วางกรอบหลักการไว้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้อง ไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

ร่างแก้ไขฯ ยังกำหนดว่า การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญปี 2560 จะกระทำมิได้ หากรัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างฯ มีลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป

 

วางเงื่อนไขเสียง สว. เห็นชอบ 1 ใน 4

 

เมื่อ สสร. จัดทำร่างเสร็จสิ้น จะต้องนำกลับมาเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบภายใน 30 วัน โดยการลงมติเห็นชอบเพื่อนำไปใช้เป็นรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา และมีเงื่อนไขคือ ต้องมีเสียง สส. จากพรรคการเมืองที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล (ฝ่ายค้าน) เห็นชอบรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวน สว. ที่มีอยู่

 

หากผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ประธานรัฐสภาจะส่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจัดให้มีการออกเสียงประชามติโดยประชาชน ว่าจะเห็นชอบกับร่างฯ ฉบับใหม่นี้หรือไม่ หากประชาชนลงมติเห็นชอบ จึงจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศต่อไป แต่หากประชาชนไม่เห็นชอบ หรือ สสร. ทำไม่เสร็จตามกำหนด ร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็จะตกไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising