×

นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานรัฐศึกษาปิดช่องโหว่ทุจริต เอกชนชงแก้กฎหมายลดคอร์รัปชัน

โดย THE STANDARD TEAM
20.05.2026
  • LOADING...
ภาพการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

วันนี้ (20 พฤษภาคม) เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีได้เชิญภาคเอกชนมาร่วมประชุมกันในกรณีที่ภาคเอกชนมีผลการสำรวจเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตในภาครัฐ โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่า จริงๆ แล้ว เรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือการต่อต้านการทุจริต เพราะประเทศจะไปข้างหน้าไม่ได้เลย หากเรามีเรื่องเหล่านี้อยู่ ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนไม่มี

 

นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและให้ความมั่นใจกับภาคเอกชนว่า ข้อมูลที่รับมาจะนำมาปิดช่องโหว่กันอย่างไร และตนได้ให้นโยบายต่อไปว่า ให้นำข้อมูลต่าง ๆ ในประเด็นต่าง ๆ เข้าไปทำการสำรวจ ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยไปศึกษาว่า ตรงไหนยังมีช่องโหว่บ้างที่อาจก่อให้เกิดประเด็นการคอร์รัปชันต่างๆ เหล่านี้ได้ ให้ไปหาทางปิดช่องโหว่ แล้วจัดทำเป็นรายงานเสนอคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริตที่รัฐบาลตั้งขึ้น เพื่อให้การทำงานในเรื่องนี้ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

 

ปกรณ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่ภาคธุรกิจมีประเด็นปัญหาอยู่ใน 6 หรือ 7 กลุ่มธุรกิจนั้น ในวันที่ 10 มิ.ย. ภาคเอกชนจะเสนอข้อเสนอแนะมายังรัฐบาลว่าจะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริต และเมื่อเสนอมาแล้วจะนำมารับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเว็บไซต์ law.go.th เพื่อรับฟังความคิดเห็น และเมื่อได้ความคิดเห็นแล้ว สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะนำสรุปเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไข จะได้ไม่เกิดช่องโหว่ต่าง ๆ ในเรื่องนี้ที่ถูกครหาอีก

 

ปกรณ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีที่ภาคเอกชนจะได้รับทราบถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของรัฐบาลที่จะดำเนินการในเรื่องนี้จริง ๆ สำหรับการให้สัมภาษณ์อะไรต่างๆ คงไม่มีประเด็นแล้ว ทุกหน่วยงานเข้าใจหมดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายประจำ ซึ่งจะต้องรับข้อมูลไปปฏิบัติ

 

ขณะที่ พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ตั้งคณะกรรมการ คตท. ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องการทุจริต ถือว่ารัฐบาลมีแอ็กชันที่เร็วมาก เราก็รู้สึกดีใจ หลังจากที่เรามีการเซตอัปของ กกร. ร่วมกับหน่วยงานวิชาการ ทั้งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทีไอเจ และทีดีอาร์ไอ จัดทำลักษณะข้อมูลเชิงวิชาการและข้อเท็จจริง โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายว่ารัฐบาลมีความตั้งใจในการปราบปรามทุจริตอย่างจริงจัง และจะร่วมมือกันทางภาครัฐและเอกชน

 

เมื่อถามว่า มีบางช่วงที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากมีข้อมูลให้นำส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบ พจน์ ยอมรับว่า กระบวนการเหล่านี้มีอยู่แล้ว เพียงแต่เชื่อว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทำให้เกิดความมั่นใจกับเอกชนว่า การเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดจะปลอดภัย ซึ่งคณะกรรมการ กกร. ได้คุยกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ทั้งหมดแล้ว พร้อมจะร่วมมือกัน พร้อมฝากสื่อมวลชนว่า ทุก ๆ อย่างที่คณะกรรมการ กกร. ร่วมมือกันทำ ผลประโยชน์สุดท้ายตกกับชาติและประชาชน

 

เมื่อถามว่า กรมควบคุมมลพิษระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลเรียกรับสินบนจาก กกร. พจน์ ยอมรับว่า เมื่อสักครู่ได้มีการหารือกันแล้ว โดยรองศาสตราจารย์ ธนวรรธน์ กล่าวเสริมว่า จะส่งข้อมูลให้วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ซึ่งร่างไว้ครบทั้งหมดแล้ว

 

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่ส่งให้จะเป็นหลักฐานที่สามารถนำไปดำเนินการเอาผิดหน่วยงานได้ใช่หรือไม่ พจน์ ย้อนถามว่า “เอาผิดใครล่ะ” เมื่อสักครู่ได้พูดคุยกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า แบบสอบถามทั้งหมดทำสอดคล้องกับเวิลด์แบงก์ และโออีซีดี ซึ่งเป็นแบบสอบถามว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไม่ได้เจาะลึกเพื่อเอาผิดใคร ก่อนย้ำว่าการทำข้อมูลนี้เพื่อให้เห็นว่ามีปัญหาการทุจริต แต่เป็นเรื่องอดีต ต้องเดินหน้าต่อไป

 

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการทำแบบสำรวจซ้ำอีกหรือไม่ พจน์ ระบุว่า จะทำทำไม เพราะรัฐบาลตั้งแล้ว เราต้องจับมือกันแก้ไขปัญหา ก่อนย้ำว่าอย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากปัญหาคอร์รัปชันให้ได้ เพราะไม่ใช่แค่เอกชนกับเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของประเทศชาติและสังคม หากคอร์รัปชันยังฝังรากลึก คนยังไม่ตระหนักถึงปัญหา ส่วนตัวมองว่าจะเดือดร้อนถึงลูกหลาน เราต้องสร้างค่านิยมใหม่

 

ส่วนที่กรมควบคุมมลพิษขอข้อมูลเรื่องผลการสำรวจ แต่ กกร. ยังไม่ได้ส่งให้นั้น รองศาสตราจารย์ ธนวรรธน์ กล่าวว่า ได้นัดหมายกับกรมควบคุมมลพิษแล้วว่าจะส่งให้ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม ขณะนี้ร่างเอกสารไว้ครบแล้ว ซึ่งตนขออนุญาตชี้แจงเพื่อความชัดเจนว่า สิ่งที่กรมควบคุมมลพิษขอมาเป็นข้อมูลขั้นตอนกระบวนการในการทำแบบสอบถาม เพราะฉะนั้นเวลาส่งคำชี้แจงก็จะเป็นเรื่องของการสำรวจแบบสอบถามและกระบวนการเก็บข้อมูล ซึ่งก็บอกกับหลายกรมชัดเจนแล้วว่า กกร. มีกระบวนการอย่างไร โดยเก็บข้อมูลในมุมกว้าง ยึดโครงที่ทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และเวิลด์แบงก์ พร้อมทำการเสวนาบนเวทีสาธารณะ

 

ฉะนั้นเป็นโครงที่ทำขึ้นเพื่อชี้ช่องว่าง ว่ามีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ได้เจาะว่าขั้นตอนไหนของหน่วยงานใดเป็นอย่างไร แต่ในอนาคตพร้อมร่วมมือกับหลายหน่วยงานในการดำเนินงานเชิงรุก ที่จะเจาะลึกว่าหน่วยงานใดมีขั้นตอนใดที่ผิดพลาด ก็จะเจาะลึกได้เป็นรายกรณี ขอย้ำว่าไม่ได้จะส่งข้อมูลให้ แต่พร้อมให้มาประสานขอข้อมูล ซึ่งแต่ละคำขอเป็นเรื่องขั้นตอนกระบวนการทำงาน

 

ด้าน พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า สถาบันจะจัดเวิร์กช็อป ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้ประโยชน์ในการศึกษาและหาทางแก้ไขเพื่อป้องกันการทุจริต พร้อมย้ำว่าผลการสำรวจชี้ให้เห็นความจริงรูปแบบหนึ่ง แม้จะไม่ได้เป็นชุดความจริงที่จะนำไปดำเนินคดีได้ แต่มีประโยชน์อย่างมากที่ทำให้คนในระบบมองเห็นปัญหาและนำมาวิเคราะห์ว่าในแต่ละขั้นตอนการทำงานจะต้องมีการทบทวนอย่างไรบ้าง

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising