×

คดีทุจริตสอบท้องถิ่นคืบหน้ากว่า 70% ‘พ.ต.อ.อุเทน’ เผยพบร่องรอยทุจริตช่วงส่งผลสอบ ยัน 3 หน่วยงานหลักยังบริสุทธิ์

โดย THE STANDARD TEAM
20.07.2026
  • LOADING...
ภาพ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (20 กรกฎาคม) พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย (คณะกรรมการย่อยที่มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการชุดใหญ่ที่มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน) ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3 เพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการทุจริตสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

 

พ.ต.อ.อุเทน เปิดเผยว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เอกสารในคดี ตลอดจนการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วรวม 7 ปาก พบว่ากระบวนการจัดสอบในครั้งนี้มีช่องโหว่สำคัญซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เสนอแนะให้ตั้งประเด็นตรวจสอบเชิงลึกรวม 30 ประเด็น โดยเฉพาะข้อพิรุธสำคัญที่พบว่า การทุจริตเกิดขึ้นในขั้นตอนหลังจากกระบวนการสอบเสร็จสิ้นลงแล้ว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนที่เกิดการทุจริตจริงนั้นยังอยู่ระหว่างการสรุปมติอย่างเป็นทางการ

 

สำหรับโครงสร้างและกระบวนการจัดสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น พ.ต.อ.อุเทน ชี้แจงว่ามีหลายหน่วยงานร่วมเกี่ยวข้องกันเป็นลำดับ

 

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.): แจ้งความต้องการและอัตรากำลังที่ว่าง
  • คณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น: กำหนดกรอบโครงสร้างและอัตราตำแหน่ง
  • คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.): ทำหน้าที่จัดสอบ ซึ่งอาจดำเนินการเองหรือว่าจ้างสถาบันอุดมศึกษา/หน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการในบางขั้นตอนตามระเบียบ จากนั้นจึงประกาศผลและส่งรายชื่อผู้สอบผ่านกลับไปยัง อปท. เพื่อเรียกบรรจุตามขั้นตอน

 

พ.ต.อ.อุเทน ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทั้ง 3 หน่วยงานข้างต้นยังไม่ถือว่ามีความผิด เนื่องจาก ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเชิงลึกอย่างละเอียดเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ชัดเจนภายในระยะเวลา 3 วัน ก่อนที่จะสรุปข้อเท็จจริงเสนอต่อคณะกรรมการฯ ในวันที่ 24 กรกฎาคม และนำเสนอต่อ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ตามลำดับ

 

ปัจจุบัน การทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% ซึ่งพยานหลักฐานและผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่คณะกรรมการฯ รวบรวมได้ จะถูกนำไปใช้ประกอบในสำนวนคดีอาญาที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป

 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อุเทน ได้เน้นย้ำถึงขอบเขตการทำงานว่า คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรและตัวบุคคลเท่านั้น โดยจะ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การดำเนินคดีอาญา การแจ้งข้อกล่าวหา หรือการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งภารกิจในส่วนดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising