วันนี้ (20 พฤษภาคม) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้บูรณาการความร่วมมือกับผู้แทนจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และสภาองค์กรของผู้บริโภค ลงพื้นที่ปฏิบัติการตรวจสอบฉลากสินค้าและอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ที่ ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ศุภมาส เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดในครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อห่วงใยของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนจากการใช้สินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวกับการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในภาคครัวเรือน
แต่ในขณะเดียวกันกลับพบปัญหาผู้บริโภคถูกหลอกลวงให้ใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ตลอดจนการติดตั้งที่ผิดหลักวิศวกรรม ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและสร้างความสูญเสียต่อทรัพย์สิน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมหารือมาตรการร่วมกับ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ
จากสถิติการรับเรื่องร้องเรียนของ สคบ. ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้บริโภคร้องทุกข์เกี่ยวกับปัญหาโซลาร์เซลล์รวมทั้งสิ้น 156 เรื่อง โดย สคบ. สามารถดำเนินการช่วยเหลือและยุติเรื่องได้แล้ว 84 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่ผู้ร้องเรียกคืนรวมกว่า 40 ล้านบาท ประเด็นข้อร้องเรียนที่พบมากที่สุดคือ การใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน รองลงมาคือการให้บริการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ สคบ. รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในการพิจารณาดำเนินคดีแทนผู้บริโภคอย่างเด็ดขาด
สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้ แม้จะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการ แต่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า การตรวจสอบจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ โดยได้สั่งการให้ สคบ. ปูพรมตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบสินค้าโซลาร์เซลล์ที่มีฉลากไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อาทิ ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุข้อมูลผู้นำเข้า หรือไม่มีคำเตือนด้านความปลอดภัย จะดำเนินการยึดอายัดสินค้าทันที พร้อมส่งตรวจมาตรฐานเชิงลึก และจะเรียกตัวผู้ประกอบธุรกิจทั้งผู้นำเข้าและผู้ขายมาให้ถ้อยคำภายใน 7 วัน เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
- บทลงโทษสำหรับผู้ขาย: กรณีสินค้าไม่ติดฉลากหรือฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- บทลงโทษสำหรับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า: มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในส่วนของมาตรการระยะยาว สคบ. เตรียมยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงโครงสร้าง โดยจะผลักดันให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมฉลากเป็นการเฉพาะ และเตรียมยกระดับธุรกิจการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา เพื่อสร้างความเป็นธรรมและป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทาง รัฐบาลขอยืนยันจุดยืนในการสนับสนุนพลังงานสะอาด แต่ต้องควบคู่ไปกับมาตรฐานความปลอดภัยและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ
ในตอนท้าย ศุภมาส ได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชน โดยแนะนำให้ตรวจสอบสินค้าอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อหรือติดตั้งโซลาร์เซลล์ ควรเลือกสินค้าที่มีฉลากชัดเจน ระบุแหล่งที่มา ผู้นำเข้า และมีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ตลอดจนเก็บรักษาสัญญาและใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน และขอให้ระมัดระวังการโฆษณาชวนเชื่อบนสื่อออนไลน์ที่เสนอราคาถูกผิดปกติ
ทั้งนี้ หากประชาชนประสบปัญหาจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect, เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือติดต่อศูนย์ดำรงธรรมได้ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ












