พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองแรกที่เข้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อประธานรัฐสภาในวันนี้ (20 พฤษภาคม) เพื่อบรรจุวาระเข้าพิจารณาในวาระที่ 1 นายกรัฐมนตรีระบุว่า เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลการออกเสียงประชามติ
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยคณะ สส. พรรคภูมิใจไทย เข้ายื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคต่อ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
อนุทินชี้แจงถึงการตัดสินใจยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามพรรคภูมิใจไทยแทนการเสนอในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พรรคการเมืองคือด่านแรกในการรับฟังเสียงของประชาชน รัฐบาลมีที่มาจากพรรคการเมือง และพรรคการเมืองมีที่มาจากประชาชน การดำเนินการในนามพรรคจึงเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องและยึดตามหลักการ พร้อมย้ำว่าการยื่นร่างแก้ไขในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากประชามติที่ประชาชนมีความประสงค์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา
ทั้งนี้ การที่พรรคภูมิใจไทยมายื่นร่างแก้ไขเป็นพรรคแรก เป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจนเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าพรรคไม่รับฟังเสียงประชาชนและไม่มีความจริงใจในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย
อนุทินยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้เกิดจากความต้องการของประชาชน ไม่ใช่การขยับตัวเพราะถูกบิดเบือนหรือถูกกล่าวหา พร้อมกล่าวย้ำในช่วงท้ายของการแถลงข่าวเพื่อยืนยันความตั้งใจว่ามีความจริงจังในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน
ส่วนมั่นใจว่าร่างฯ จะผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือไม่นั้น อนุทินและบรรดา สส. ภูมิใจไทยได้หัวเราะ ก่อนอนุทินระบุว่า ได้ทำหน้าที่ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุวาระแล้ว หลังจากนี้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะเป็นผู้พิจารณาและกำหนดทิศทางของผลการแก้ไขต่อไป
ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนมีกำหนดการยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัปดาห์หน้า พรรคภูมิใจไทยจะขอศึกษารายละเอียดของร่างดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงมติ
ในด้านการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล อนุทินเปิดเผยว่า มีการหารือในเบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่ได้พิจารณาในรายละเอียด พรรคภูมิใจไทยพร้อมพิจารณาร่างของทุกพรรคการเมือง และจะให้การสนับสนุนหากพบว่าเนื้อหามีเจตนารมณ์ร่วมกันและสร้างประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นข้อเสนอจากพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีหากมีพรรคการเมืองอื่นเสนอให้ใช้วิธีเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แบบทางอ้อมจะรับได้หรือไม่นั้น อนุทินชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าวต้องขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา ซึ่งมีสิทธิในการสะท้อนเสียงของประชาชน
สำหรับความกังวลเรื่องความเห็นต่างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองนั้น อนุทินระบุว่าไม่มีความกังวลใดๆ และมีความมั่นใจว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข












