×

เอกนิติ เผย ครม. ไฟเขียว ‘ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน’ อัดงบ 1.76 แสนล้าน รับมือวิกฤตค่าครองชีพ

โดย THE STANDARD TEAM
19.05.2026
  • LOADING...
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แถลงข่าวโครงการไทยช่วยไทยพลัส

วันนี้ (19 พฤษภาคม) เวลา 13.00 น. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และ ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน’

 

เอกนิติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนให้สามารถผ่านวิกฤตไปด้วยกัน โดยมีสาเหตุหลักจากวิกฤตพลังงานที่ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ ซึ่งที่ผ่านมาเกิดวิกฤตหลายระลอก เริ่มจากวิกฤตราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ต่อมาคือวิกฤตต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการเมื่อวันที่ 11 เมษายน เพื่อชะลอผลกระทบผ่านการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เช่น เกษตรกร ผู้ขนส่ง คนขับรถรับจ้าง และผู้ประกอบการรถบรรทุก

 

ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วิกฤตระลอกที่ 3 คือ ‘วิกฤตของแพง’ ซึ่งมีโอกาสทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และหากไม่สามารถควบคุมได้ จะนำไปสู่วิกฤตกำลังซื้อหดตัว รายได้ลดลง ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น กระทบคนรายได้น้อย ผู้ที่ไม่มีเงินออมรองรับ และธุรกิจรายเล็กที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ จึงเป็นที่มาของโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน’ เพื่อประคับประคองประชาชนและธุรกิจรายย่อย รองรับผลกระทบค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 มาตรการ ได้แก่

 

  • ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมได้รับเดือนละ 300 บาท เพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็นเดือนละ 1,000 บาท ครอบคลุม 13.2 ล้านคน โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยปรับปรุงฐานข้อมูลและเปิดลงทะเบียนใหม่ เพื่อให้ผู้มีสิทธิที่ตกหล่นสามารถเข้าร่วมได้ ใช้วงเงินรวม 56,000 ล้านบาท
  • ช่วยเหลือชนชั้นกลาง คนทำงาน และมนุษย์เงินเดือน ผ่านโครงการ 60:40 โดยประชาชนร่วมจ่าย 40% และรัฐบาลสนับสนุน 60% เพื่อบรรเทาค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน วงเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ใช้วงเงินรวม 120,000 ล้านบาท
  • ช่วยเหลือร้านค้ารายย่อย เพื่อเติมสภาพคล่อง ต่อลมหายใจธุรกิจ และเสริมศักยภาพให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้

 

นอกจากนี้ รัฐบาลจะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยผู้ประกอบการบริหารต้นทุน โดยสามารถตรวจสอบราคาสินค้ากับกระทรวงพาณิชย์ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งสินเชื่อในระบบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ

 

เอกนิติ ยืนยันว่า วิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะเป็นวิกฤตค่าครองชีพที่กระทบคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อย มนุษย์เงินเดือน และผู้ที่ไม่มีเงินสำรองรองรับ รัฐบาลจึงต้องช่วยประคองประชาชนให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังหารือกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้ โดย ครม. ได้รับหนังสือให้ชี้แจงข้อเท็จจริง และมอบหมายให้ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจง พร้อมยืนยันว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนกระบวนการพิจารณาคำร้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย

 

สำหรับการลงทะเบียนประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการเดิม จะยืนยันสิทธิผ่านระบบอีกครั้ง และได้รับผลตอบกลับทันที ส่วนผู้ลงทะเบียนใหม่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน และรอการตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครองประมาณ 3 วัน

 

ด้าน ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยเหลือประชาชนมากกว่า 43 ล้านคน โดยกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน จะได้รับเงินเพิ่มจาก 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ก.ย. 2569 สำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านธงฟ้า

 

ส่วนประชาชนทั่วไป รัฐบาลจะช่วยบรรเทาภาระผ่านโครงการ 60:40 วงเงินคนละ 1,000 บาท ครอบคลุมไม่เกิน 30 ล้านคน ระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย. 2569

 

ลวรณ ย้ำว่า โครงการ 60:40 ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยแตกต่างจาก “คนละครึ่ง” เดิม เพราะรัฐบาลออกให้ 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40%

 

สำหรับผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ กำหนดอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมจะตัดภาคบริการบางประเภทออก เช่น ร้านทำเล็บ ร้านทำผม และร้านนวดสปา เพื่อให้เม็ดเงินถูกใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแท้จริง โดยกำหนดวงเงินใช้จ่ายไม่เกินวันละ 200 บาท

 

ทั้งนี้ จะเปิดลงทะเบียนประชาชนระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00-22.00 น. ส่วนร้านค้าเดิมที่เคยร่วมโครงการให้ยืนยันสิทธิ ขณะที่ร้านค้าใหม่สามารถสมัครเข้าร่วมได้ระหว่างวันที่ 25-30 พฤษภาคม ผ่านธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

 

ลวรณ ยังระบุว่า ระบบ Food Delivery จะเข้าร่วมในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากต้องเชื่อมต่อแพลตฟอร์มผู้ให้บริการรายใหญ่ 4 ราย โดยรัฐบาลยืนยันว่า ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ จะเป็นมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ ดูแลเศรษฐกิจฐานราก และช่วยให้ประชาชนผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising