พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยว่า จากกระแสความสนใจและการแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือ
กองทัพเรือขอขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วน ที่ให้ความสนใจและติดตามโครงการดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักร่วมกันต่อความมั่นคงทางทะเลและการพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของไทย
และขอยืนยันว่า จะดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ได้เรือฟริเกตสมรรถนะสูงที่ตรงตามความต้องการทางยุทธการของกองทัพเรือ และสามารถส่งมอบได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด อันจะส่งผลโดยตรงต่อการรักษาความพร้อมรบและการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในระยะยาว
ทั้งนี้ กองทัพเรือจะพิจารณาเฉพาะข้อเสนอที่บริษัทต่างๆ ได้ส่งเอกสารไว้ให้แก่คณะกรรมการฯ ตามกำหนดเวลาที่ยื่นซองไว้เท่านั้น (21 เมษายน)
สำหรับข้อมูลหรือรายละเอียดใดๆ ที่ปรากฏผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สื่อมวลชน หรือช่องทางอื่นภายหลังจากนั้น กองทัพเรือไม่สามารถนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนออย่างเป็นทางการของบริษัทนั้นๆ ได้
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า บริษัทที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเสนอข้อมูลในโครงการครั้งนี้ ล้วนเป็นบริษัทที่กองทัพเรือพิจารณาเบื้องต้นแล้วว่า เป็นอู่ต่อเรือที่มีประสบการณ์และมีผลงานด้านการต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งทุกข้อเสนอมีจุดเด่นและความน่าสนใจในแต่ละมิติ สะท้อนถึงความตั้งใจของกองทัพเรือในการคัดเลือกพันธมิตรที่มีศักยภาพและมีมาตรฐานในระดับสากลเข้ามาร่วมพัฒนาขีดความสามารถทางเรือของประเทศ
อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือมีความจำเป็นต้องพิจารณาเลือกแบบเรือที่ตอบสนองต่อความต้องการทางยุทธการที่ได้กำหนดไว้เป็นสำคัญ รวมถึงสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของโครงการในการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพเรือให้พร้อมรองรับสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลในอนาคต
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือยังให้ความสำคัญกับการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Offset Policy) เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการพึ่งพาตนเองของประเทศในอนาคต
กองทัพเรือมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นมากกว่าการจัดหาเรือรบ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ ที่ไม่เพียงทำให้กองทัพเรือได้รับยุทโธปกรณ์ที่มีสมรรถนะสูง แต่ยังช่วยสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสและความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมให้กับประเทศไทยในระยะยาว หรือกล่าวได้ว่า “กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ได้ด้วย”


