จากการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2026 ถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ได้รับการจับตามองในแวดวงเศรษฐกิจและธุรกิจครั้งสำคัญ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พาคณะผู้แทน 34 คน แบ่งออกเป็นรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว 17 คน และผู้แทนทางธุรกิจ 17 คน เดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งในการพบกันระดับรัฐ
ประเด็นสำคัญ
การพบกันของผู้แทนฝั่งสหรัฐฯ และจีนมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะท่าทีของสองผู้นำที่ดูเหมือนจะสามารถประนีประนอมกันได้มากขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งและสงครามที่ยังคงครุกรุ่น
สี จิ้นผิง บอกบรรดาซีอีโอธุรกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ว่า จีนจะ ‘เปิดกว้างมากขึ้น’
สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีนรายงานว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน กล่าวกับบรรดาซีอีโอชาวอเมริกันที่เดินทางร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าประตูสู่การทำธุรกิจในจีนจะ “เปิดกว้างมากขึ้น”
สี จิ้นผิง กล่าวว่า “บริษัทสหรัฐฯ มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในการปฏิรูปและการเปิดประเทศของจีน และทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ โดยระบุว่าประตูของจีนจะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้น”
สี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนยินดีให้สหรัฐฯ เข้ามาส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับจีน และแสดงความเชื่อมั่นว่าบริษัทสหรัฐฯ จะได้รับโอกาสที่กว้างขวางยิ่งขึ้นในจีน
อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX, เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia และ ทิม คุก ซีอีโอของ Apple เป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีที่เดินทางมายังจีนพร้อมกับทรัมป์ โดยทรัมป์ได้แนะนำพวกเขาให้สีจิ้นผิงรู้จักทีละคน ตามรายงานของซินหัว
ผู้ประกอบการสหรัฐฯ กล่าวว่าพวกเขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับตลาดจีน และหวังว่าจะกระชับการดำเนินธุรกิจในจีนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือกับจีน
ขณะที่ทำเนียบขาวได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ซึ่งดูเหมือนจะตอบรับกับท่าทีในเรื่องการเข้าถึงตลาดดังกล่าว โดยระบุว่า “ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการขยายการเข้าถึงตลาดสำหรับธุรกิจอเมริกันในจีน และการเพิ่มการลงทุนของจีน”
จอร์จ เฉิน หุ้นส่วนและประธานร่วมฝ่ายปฏิบัติการดิจิทัลของ The Asia Group กล่าวกับ CNBC ว่า “ผมคิดว่าแถลงการณ์ของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับการเปิดประเทศนั้นไม่ใช่แค่การโฆษณาชวนเชื่อ จีนจำเป็นต้องรักษาความน่าดึงดูดใจสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศต่อไป”
ทรัมป์เผย ‘สี จิ้นผิง’ เสนอตัวช่วยเป็นคนกลางเจรจาสันติภาพกับอิหร่า
ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สี จิ้นผิง ได้เสนอตัวช่วยเจรจายุติสงครามกับอิหร่านและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สำหรับการเดินเรือทั่วโลก ซึ่งอาจเปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีหนทางในการลดความรุนแรงของความขัดแย้งที่กำลังสั่นคลอนตลาดพลังงาน
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า สีจิ้นผิงต้องการช่วยแก้ไขความขัดแย้งและเปิดเส้นทางน้ำแคบๆ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงอุปทานน้ำมันและก๊าซราว 1 ใน 5 ของโลก “เขา (สี จิ้นผิง) กล่าวว่าผมยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือ หากผมสามารถช่วยอะไรได้บ้าง’” ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์กล่าวเสริมว่า สีจิ้นผิงให้ความมั่นใจกับเขาว่าจีนจะไม่สนับสนุนยุทโธปกรณ์ทางทหารแก่อิหร่าน “เขาบอกว่าเขาจะไม่ให้ยุทโธปกรณ์ทางทหาร นั่นถือเป็นคำแถลงที่สำคัญมาก” ทรัมป์กล่าว
จีนอยู่ในจุดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในความขัดแย้งกับอิหร่าน เนื่องจากเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของอิหร่านท่ามกลางการคว่ำบาตรของอเมริกา
รายงานการประชุมของรัฐบาลจีนไม่ได้กล่าวถึงประเด็นอิหร่านโดยตรง ขณะที่แถลงการณ์สรุปการประชุมจากทำเนียบขาวระบุว่า สี จิ้นผิง เห็นพ้องกับทรัมป์ว่าอิหร่านไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ และสีจิ้นผิง “แสดงความสนใจที่จะซื้อน้ำมันของอเมริกามากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบดังกล่าวของจีนในอนาคต”
“ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดกว้างต่อไปเพื่อสนับสนุนการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรี สี จิ้นผิง ยังแสดงความชัดเจนถึงการต่อต้านของจีนต่อการนำกำลังทหารเข้ามาในช่องแคบ และความพยายามใดๆ ที่จะเก็บค่าธรรมเนียมในการใช้เส้นทางดังกล่าว” แถลงการณ์ระบุต่อ
อย่างไรก็ตาม สี จิ้นผิง เตือนทรัมป์ว่า ไต้หวันยังคงเป็นจุดเปราะบางที่อันตรายที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจของโลก และข้อพิพาทเกี่ยวกับเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้อาจผลักดันให้วอชิงตันและปักกิ่งเข้าสู่การเผชิญหน้าโดยตรงหากจัดการได้ไม่ดีพอ
“สหรัฐฯ ต้องจัดการกับปัญหาไต้หวันด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง หากจัดการได้ไม่ดี ทั้งสองประเทศจะขัดแย้งหรือถึงขั้นปะทะกัน ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน ทั้งหมดตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง”
S&P 500 ทะลุ 7,500 จุด ครั้งแรก! ทำสถิติใหม่อีกครั้ง แรงหนุนจาก AI
การฟื้นตัวของการซื้อขายในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนโมเมนตัมในตลาดหุ้น โดยตลาดยังปรับตัวสูงขึ้นหลังจากยอดค้าปลีกแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผู้บริโภค แม้ว่าต้นทุนพลังงานจะพุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามก็ตาม
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ทะลุระดับ 7,500 จุดเป็นครั้งแรก การปรับตัวขึ้น 7 วันติดต่อกันของ Nvidia Corp. ทำให้มูลค่าบริษัทเข้าใกล้ 6 ล้านล้านดอลลาร์ แนวโน้มที่แข็งแกร่งจาก Cisco Systems Inc. หนุนให้หุ้นพุ่งขึ้น 13% กระแส AI ยังช่วยยืดระยะการปรับตัวขึ้นของหุ้น Ford Motor Co. ด้านหุ้น Cerebras Systems Inc. พุ่งขึ้น 68% ในการเปิดตัวซื้อขายวันแรก และในช่วงการซื้อขายหลังปิดตลาด Applied Materials Inc. ก็ได้ออกมาให้คาดการณ์ที่แข็งแกร่ง
การกลับมาเดิมพันในหุ้นกลุ่ม AI อีกครั้ง ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง และความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นอเมริกันทำสถิติสูงสุดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า รายงานระบุว่ายอดค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดย 9 ใน 13 หมวดหมู่มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น
ผลกำไรไตรมาสแรกของบริษัทในดัชนี S&P 500 น่าจะเติบโตประมาณ 27% จากปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการขยายตัวในระดับเลขสองหลักเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg Intelligence
ภาพ: Alex Wong / GettyImages
อ้างอิง:
- https://www.cnbc.com/2026/05/14/xi-china-open-us-business-ai-chips.html
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-13/asian-stocks-to-climb-as-wall-street-hits-new-high-markets-wrap?fromMostRead=true
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-14/xi-tells-us-ceos-accompanying-trump-that-china-will-open-up-more
- https://time.com/article/2026/05/14/trump-xi-china-iran-strait-hormuz/

