หนี่งในสถานที่สำคัญที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือน ขณะเยือนจีนอย่างเป็นทางการ (13-15 พฤษภาคม) นั่นคือ ‘หอสักการะฟ้าเทียนถาน’ (Temple of Heaven) ในกรุงปักกิ่ง โดยทรัมป์นับเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 2 ที่ได้ไปเยือนสถานที่นี้อย่างเป็นทางการขณะดำรงตำแหน่งอยู่ ต่อจาก เจอรัลด์ ฟอร์ด ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงเวลานั้นที่เคยมาเยือนในปี 1975
เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้อธิบายให้ทรัมป์ และครอบครัวฟังถึงแนวคิดเรื่อง ‘ความประสานสอดคล้องระหว่างสรรพสิ่ง’ และ ‘การเคารพในกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ’ ซึ่งผูกโยงอยู่กับหอสักการะฟ้าแห่งนี้
ทำไมทรัมป์ถึงเลือกไป ‘หอสักการะฟ้าเทียนถาน’
หอสักการะฟ้าเทียนถาน เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุมากกว่า 600 ปี เป็นที่ที่จักรพรรดิในราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงเคยมาสวดภาวนาเพื่อให้การเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ และประกอบพิธีกรรมอันวิจิตรบรรจง ซึ่งเชื่อมโยงกับอำนาจของจักรพรรดิและระเบียบแห่งจักรวาล
THE STANDARD สัมภาษณ์ รศ. ดร.ปิติ ศรีแสงนาม คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงนัยที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเยือนหอสักการะฟ้าแห่งนี้ของทรัมป์
อาจารย์ปิติกล่าวว่า การเยือนหอสักการะฟ้าเทียนถานของทรัมป์ในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและ ‘พลังจักรวาล’ โดยทรัมป์เป็นนักธุรกิจมีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและพลังจักรวาลอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากการออกแบบตึกต่างๆ ของเขา เช่น Trump Tower
อาจารย์ยังอธิบายอีกว่า กรุงปักกิ่งก็ถูกสร้างขึ้นบนชุดความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในโลก โดยมีพระราชวังโบราณอยู่ใจกลาง มีภูเขาหนุนด้านใต้ และมีทะเลสาบจงหนานไห่ทางตะวันตกซึ่งเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีจีนในปัจจุบัน
หอสักการะฟ้าแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อโบราณของจีนในยุคก่อนขงจื๊อและเต๋า ซึ่งผสมผสานทั้งการนับถือผี ฮวงจุ้ย และคติโอรสแห่งสวรรค์ ภายในบริเวณนั้นมีต้นไม้อายุเก่าแก่ถึง 1,600-1,700 ปีที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง เช่น ในหอประชุมขุนนาง หากฮ่องเต้ไปยืนตรงจุดศูนย์กลางแล้วปรบมือเพียง 1 ครั้ง เสียงจะสามารถสะท้อนกลับมาได้ถึง 7 ครั้ง
ตามความเชื่อโบราณ แผ่นดินเป็นสี่เหลี่ยมและท้องฟ้าเป็นวงกลม ผังพระราชวังจึงเป็นสี่เหลี่ยม เมื่อ ‘โอรสแห่งสวรรค์’ หรือ ‘ฮ่องเต้’ ต้องการสื่อสารกับวิญญาณบนฟ้า จะต้องเดินทางจากพระราชวังไปที่หอสักการะฟ้าเทียนถาน ซึ่งสถาปัตยกรรมทุกอย่างเป็นวงกลม โดยอาคารโดมที่เป็นสัญลักษณ์ซึ่งคนนิยมไปถ่ายรูปนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่จุดที่มีพลังจักรวาล แต่อยู่ที่ลานกว้างซึ่งมี ‘แท่นบูชาที่เป็นวงกลมและมีหินอยู่ตรงกลาง’ จุดนี้คือจุดรับพลังจักรวาลอย่างแท้จริง
อาจารย์ปิติมองว่า การเยือนสถานที่แห่งนี้จึงเสมือนการส่งสัญลักษณ์เชิง ‘สายมู’ ว่า ผู้ที่ยิ่งใหญ่กำลังมาเยือนเพื่อรับพลังจักรวาล ซึ่งแม้จะไม่ใช่ความเชื่ออย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน แต่ก็เป็นความเชื่อที่ทรงพลังอย่างมาก
อาจารย์กล่าวอีกว่า ครั้งนี้สหรัฐฯ เป็นฝ่ายร้องขอเยือนสถานที่แห่งนี้โดยตรง และสีจิ้นผิงก็เลือกที่จะเป็นผู้นำชมด้วยตัวเอง สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการเจอกันระหว่างผู้นำที่ยิ่งใหญ่และมีความทะเยอทะยานสูงมากๆ ทั้งสองคน
นอกจากนี้อาจารย์ปิติยังมองว่า ทรัมป์มองสีจิ้นผิงเป็น ‘แรงบันดาลใจ’ (Inspiration) ในแง่ของการกุมอำนาจ เพราะนับตั้งแต่ยุคเติ้งเสี่ยวผิงเป็นต้นมา จีนมีกฎให้ผู้นำอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 2 สมัย (10 ปี) แต่สีจิ้นผิงสามารถฝืนกฎนี้และรวบรวมอำนาจจนได้อยู่ต่อในสมัยที่ 3 และอาจยาวไปถึงสมัยที่ 4 ในปี 2027 สิ่งนี้คือ ‘สุดยอดความปรารถนา’ ที่ทรัมป์เองก็พยายามหาช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อที่จะได้อยู่ในอำนาจต่อไปเช่นกัน ทรัมป์จึงอาจอยาก ‘เป็นเหมือนสีจิ้นผิง’
ขณะที่ในมุมของจีนนั้น หวังตี้ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมาเก๊า ให้สัมภาษณ์กับ Channel NewsAsia (CNA) โดยมองว่า สถานที่ทางประวัติศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของ ‘กลยุทธ์ทางการทูตของจีน’ มาอย่างยาวนาน สถานที่แห่งนี้สะท้อนถึงแง่มุมประวัติศาสตร์ ความมั่นใจในวัฒนธรรม ความหวังในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความสำคัญที่จีนมอบให้กับการเยือนของทรัมป์ อีกทั้งยังมองว่า ความคลุมเครือของสัญลักษณ์ทางการทูตนี้ เป็นกลยุทธ์ที่เปิดโอกาสให้ปักกิ่งส่งข้อความได้หลากหลายแง่มุมพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับทรัมป์
ภาพ: Evan Vucci / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.channelnewsasia.com/east-asia/trump-xi-china-summit-beijing-temple-heaven-symbolism-6120621
- https://english.news.cn/20260514/62d93c82abf04408997706e75e4d261d/c.html
- https://www.nytimes.com/2026/05/14/world/asia/trump-xi-china-summit-temple-of-heaven-great-hall.html


