×

‘เอกนิติ’ เผยยอดการลงทุนโต 18% ในไตรมาสแรกของปีนี้ มั่นใจดัน GDP ไทยโต 3% พสัสใน 1-2 ปี

13.05.2026
  • LOADING...
ภาพ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แถลงข่าวการลงทุนไตรมาสแรกโต 18% และเป้าหมาย GDP ไทย

เอกนิติ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เผยยอดลงทุนจริง Q1/2569 อยู่ที่ 2.6 แสนล้าน โต 18% ชี้ ‘BOI Fast Pass’ เริ่มเห็นผล มั่นใจดันเศรษฐกิจไทยโตระดับ ‘3% Plus’ ได้ใน 1-2 ปีข้างหน้า มองไทยมีศักยภาพเป็นแหล่งลงทุนของภูมิภาค ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน

 

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยว่า ตัวเลขการลงทุนจริงของไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวสูงถึง 18% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 260,000 ล้านบาท สะท้อนสัญญาณเชิงบวกของภาคการลงทุนที่เริ่มกลับมาขยายตัวชัดเจนมากขึ้น

 

โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตดังกล่าว มาจากการเร่งขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ผ่านมาตรการ ‘BOI Fast Pass’ ที่เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เคยค้างท่ออยู่เป็นจำนวนมาก กลายเป็นการลงทุนจริงได้ทั้งหมด

 

ทั้งนี้ ดร.เอกนิติกล่าวว่า ‘BOI Fast Pass’ เปรียบเสมือน ‘Easy Pass’ ที่ช่วยลดขั้นตอนการอนุมัติและอนุญาตต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งความสำเร็จของมาตรการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการใช้งบประมาณเพิ่มเติม แต่เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการปรับปรุงกระบวนการทำงานร่วมกัน

 

ดร.เอกนิติมองว่าการลงทุนจะเป็น ‘เครื่องยนต์หลัก’ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยเฉพาะการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25-30% ของการลงทุนภาคเอกชนทั้งหมด

 

“หากรัฐบาลสามารถเดินหน้าปลดล็อกกฎระเบียบและข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะช่วยยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในระดับ 3% Plus ได้ภายใน 1-2 ปีจากนี้” ดร.เอกนิติกล่าว

 

พร้อมกันนี้ ดร.เอกนิติตั้งเป้าหมายให้การลงทุนจริงในปีนี้เติบโต 5-6% ของยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด ผ่านการเร่งเปลี่ยน ‘ยอดขอส่งเสริม’ ให้กลายเป็น ‘การลงทุนจริง’ ที่สามารถสร้างผลกำไร การจ้างงาน และกระจายประโยชน์ไปยังผู้ประกอบการ SME รวมถึงประชาชนในวงกว้าง

 

ดร.เอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงประเด็นความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโลก

 

อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีศักยภาพในการเป็น ‘Safe Haven’ หรือเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยของภูมิภาค ผ่านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดร.เอกนิติเชื่อว่า ไทยจะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories