สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชาได้ส่งหนังสือประท้วงและออกแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับการประท้วงกรณีที่ประเทศไทยขึ้นทะเบียนกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย และปราสาทหนองคะนา และสถานที่อื่นๆ ตามแนวชายแดน ในบัญชีรายชื่อโบราณสถานของไทย ขณะที่อ้างว่าโบราณสถานเหล่านี้ อยู่ในเขตอธิปไตยของกัมพูชา
หนังสือประท้วงดังกล่าวระบุว่า “กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชา ประท้วงอย่างรุนแรงและปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อการตัดสินใจของกรมศิลปากรของไทยในการขึ้นทะเบียนกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทหนองคะนา และโบราณสถานอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนและอยู่ในเขตอธิปไตยของราชอาณาจักรกัมพูชา ในบัญชีรายชื่อโบราณสถานแห่งชาติของไทย”
พร้อมทั้งชี้ว่า การดำเนินการฝ่ายเดียวนี้ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลทางกฎหมาย ขณะที่ยืนยันว่าการขึ้นทะเบียนโบราณสถานดังกล่าวของไทย ไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง และไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงอธิปไตยเหนือดินแดนหรือเป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตแดนได้
“ประเด็นเรื่องอธิปไตยและการกำหนดเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทยจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1907 และตราสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกลไกทวิภาคีที่จัดตั้งขึ้น โดยเฉพาะ MOU2543, TOR 2003 และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)”
กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชา ยังชี้ว่าการจดทะเบียนนี้เป็นการพยายามสร้างสถานะทางกฎหมายเทียมขึ้นอย่างผิดกฎหมายเหนือแหล่งโบราณสถานซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา และถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา ตลอดจนบ่อนทำลายจิตวิญญาณแห่งการเจรจาอย่างสันติและความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิกถอนการจดทะเบียนโบราณสถานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้โดยทันที และงดเว้นจากการกระทำฝ่ายเดียวใดๆ ที่บ่อนทำลายความพยายามของกัมพูชาในการหาทางออกอย่างสันติผ่านกลไกแบบทวิภาคี
“ราชอาณาจักรกัมพูชายังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ทั้งหมดอย่างสันติ โดยเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกลไกแบบทวิภาคีที่จัดตั้งขึ้นอย่างเต็มที่”


