×

พรรคประชาชนแจงเหตุยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ยืนยันจำกัดกรอบคำร้องรัดกุม เพื่อป้องกันศาลขยายอำนาจ

โดย THE STANDARD TEAM
12.05.2026
  • LOADING...
ธีระ สุธีวรางกูร สส. พรรคประชาชน ชี้แจงกรณีการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงินฯ

ภายหลังพรรคประชาชนยกร่างคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเข้าชื่อร่วมกับ สส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

 

 
 

ล่าสุดวันนี้ (12 พฤษภาคม) ธีระ สุธีวรางกูร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้ยกร่างคำร้อง ชี้แจงกรณีการยื่นคำร้องดังกล่าว โดยระบุว่า เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลตามกลไกปกติเพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมายในฐานะฝ่ายค้าน พร้อมยืนยันการตั้งประเด็นคำร้องมีความรัดกุมเพื่อป้องกันการขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร

 

ธีระชี้ว่า จากกรณีที่มีความกังวลจากหลายฝ่ายต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวนั้น พรรคประชาชน ตลอดจนอดีตพรรคก้าวไกลและพรรคอนาคตใหม่ มีจุดยืนที่ชัดเจนมาโดยตลอดในการไม่สนับสนุนให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจเกินขอบเขต

 

อย่างไรก็ตาม ในฐานะพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อพบการใช้อำนาจของรัฐบาลที่อาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พรรคจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่

 

เพื่อตรวจสอบรัฐบาลให้สมบูรณ์ทั้งทาง ‘การเมือง’ และ ‘ศาล’

 

ธีระให้เหตุผลถึงข้อจำกัดของการตรวจสอบทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ว่าแม้พรรคจะสามารถมีมติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่อนุมัติ พ.ร.ก. ดังกล่าวได้ แต่ด้วยสถานะพรรคฝ่ายค้านซึ่งเป็นเสียงข้างน้อย ย่อมไม่สามารถระงับการอนุมัติของรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากในสภาได้ การใช้กลไกการตรวจสอบทางตุลาการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงเป็นการดำเนินการเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบรัฐบาลมีความครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งในมิติทางการเมืองและมิติทางศาล

 

สำหรับการให้อำนาจตุลาการตรวจสอบเงื่อนไขการตรา พ.ร.ก. ก่อนการอนุมัติของสภาฯ นั้น ถือเป็นกลไกทางกฎหมายปกติที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ทั้งฉบับปี พ.ศ. 2534 ปี พ.ศ. 2540 ปี พ.ศ. 2550 รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อำนาจดังกล่าวมีส่วนช่วยในการปกป้องอำนาจหน้าที่ในการตรากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ การดำเนินการของพรรคจึงถือเป็นการใช้กลไกปกติที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาสมดุลอำนาจ

 

กำหนด ‘ประเด็นของคดี’ ชัดเจน ไม่เปิดช่องศาลขยายอำนาจ

 

ส่วนข้อกังวลที่ว่าการยื่นคำร้องอาจเป็นการเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญอาศัยคำวินิจฉัยเพื่อขยายขอบเขตอำนาจของตนเองนั้น ธีระชี้แจงว่า พรรคได้กำหนดประเด็นแห่งคดีในการยื่นคำร้องไว้อย่างชัดเจนและจำกัดขอบเขตให้ศาลวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่ว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวตราขึ้นโดยเป็นไปตามเงื่อนไขเพื่อรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่เท่านั้น การกำหนดกรอบคำร้องที่ชัดเจนนี้ดำเนินการไปเพื่อลดความเสี่ยงในการขยายอำนาจของศาล

 

“ดังนั้น โดยความชัดเจนของประเด็นแห่งคดีที่พรรคเสนอไป ก็น่าจะช่วยให้คลายความกังวลได้ระดับหนึ่ง”

 

ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา สส. ของพรรคเคยดำเนินการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในลักษณะนี้มาแล้วหลายกรณี เช่น กรณี พ.ร.ก. ขยายเวลาการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และกรณีพฤติการณ์ของรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำร่างกฎหมายงบประมาณ

 

การตัดสินใจยื่นคำร้องในครั้งนี้จึงไม่ใช่แนวทางใหม่ แต่เป็นการดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบโดยไม่สร้างบรรทัดฐานที่เปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายขอบเขตอำนาจในอนาคต

 

“ด้วยเหตุผลข้างต้น พรรคเข้าใจและยอมรับความกังวลใจของหลายท่าน แต่ขอยืนยันว่า การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า ‘พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ได้ตราขึ้นโดยชอบตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่’ นั้น พรรคได้ทำไปด้วยความรอบคอบอย่างระมัดระวัง” ธีระทิ้งท้าย

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1AvCnHWcfd/

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising