วันนี้ (6 พฤษภาคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศความมุ่งมั่นครั้งสำคัญบนเวทีระดับภูมิภาค ในงาน Asia Pacific Rail 2026 เพื่อตอกย้ำเป้าหมายของรัฐบาล ภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เดินหน้ายกระดับระบบราง ให้เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศและภูมิภาคอาเซียน
ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานหลักภายใต้กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแสดงศักยภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริงอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และพลอากาศโท นาถวุฒิ หยูทอง ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางมาตรฐานสากล เป็นต้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค
พิพัฒน์กล่าวถึงสาระสำคัญจากการเปิดงาน สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาการเดินทางและการขนส่งให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีต้นทุนที่ลดลง โดยมีแผนดำเนินงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม อาทิ
- การพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันโครงข่ายรถไฟทั่วประเทศ โดยโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 (กว่า 993 กม.) เปิดให้บริการแล้ว 6 เส้นทาง และอยู่ระหว่างดำเนินการระยะที่ 2 อีก 7 เส้นทาง (รวม 1,479 กม.)
- ยกระดับรถไฟฟ้าเขตเมือง สู่สังคมไร้เงินสด สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระทรวงคมนาคมเดินหน้าแผนแม่บทรถไฟฟ้า 14 สาย (รวม 554 กม.) ปัจจุบันเปิดใช้แล้วกว่า 280 กม. และเร่งรัดก่อสร้างสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีบัตรแตะจ่ายระบบ EMV Contactless มาใช้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้ด้วยบัตรใบเดียว ตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
- ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนถือเป็นเป้าหมายสำคัญของไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลกโดยจะเชื่อมท่าเรือฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร) และอันดามัน (ระนอง) ด้วยระบบรางและทางหลวง เพื่อลดเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า พร้อมกันนี้ ยังพัฒนาโครงข่ายรถไฟข้ามพรมแดน (ไทย-มาเลเซีย และ ไทย-ลาว-จีน) เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
- พัฒนานวัตกรรมไทย มุ่งสู่พลังงานสะอาด (Net Zero) สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางฯ (สทร.) เร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนรถไฟในประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้เอกชนทั้งในและต่างประเทศร่วมลงทุนแบบ PPP เพื่อนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและนวัตกรรมสีเขียวมาใช้ สอดรับกับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
- โครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 253 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ภายในปี 2574 โดยเร่งรัดงานสัญญา 4-5 (ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว และสถานีอยุธยา) และสัญญา 4-1 (บางซื่อ-ดอนเมือง) ขณะที่ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทางประมาณ 356 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเตรียมประกวดราคา
พิพัฒน์กล่าวปิดท้ายว่า การแสดงวิสัยทัศน์ในเวที Asia Pacific Rail 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลและกระทรวงคมนาคมเอาจริงเอาจังในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบราง เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


