×

FIFA ใช้ระบบ Dynamic Pricing ครั้งแรกใน World Cup 2026 ดันราคาตั๋วทะลุ 1.34 แสนบาท แฟนบอลประณาม ‘ทรยศครั้งใหญ่’

05.05.2026
  • LOADING...
โลโก้ FIFA และภาพประกอบเกี่ยวกับราคาตั๋วฟุตบอลโลก 2026 ที่ใช้ระบบ Dynamic Pricing ทำให้แฟนบอลไม่พอใจ

FIFA ตัดสินใจใช้ระบบกำหนดราคาแบบ Dynamic Pricing ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปสงค์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ส่งผลให้ราคาตั๋วของฟุตบอลโลก 2026 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จนแฟนบอลทั่วโลกออกมาประณามว่าเป็นการขูดรีด

 

ฟุตบอลโลกครั้งนี้จัดร่วมโดยสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก จะเริ่มในวันที่ 11 มิถุนายน แต่ก่อนถึงวันแข่งราว 1 เดือน บรรยากาศที่ควรเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกลับถูกบดบังด้วยกระแสไม่พอใจของแฟนบอลต่อราคาตั๋วที่พุ่งสูง

 

โดยราคาที่สูงสุดในรอบแบ่งกลุ่มอยู่ที่ 4,105 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.34 แสนบาท) สำหรับนัดเปิดสนามของทีมชาติสหรัฐฯ พบกับปารากวัย ที่ลอสแอนเจลิส และตั๋วจำนวนมากมีราคาราว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.55 หมื่นบาท)

 

ทั้งนี้ตั๋วยังเปิดจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ทางการของ FIFA ในส่วนการขายช่วงท้าย หลังเปิดขายเป็นล็อตๆ ตั้งแต่กันยายนที่ผ่านมา โดยตั๋วที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 380 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.24 หมื่นบาท) สำหรับการแข่งขัน 7 คู่ รวมถึงนัดที่กือราเซาประเทศที่เปิดตัวในฟุตบอลโลกครั้งแรก พบกับไอวอรี่โคสต์

 

ราคาตั๋วแบ่งตามประเภทที่นั่ง ตั้งแต่ Front Category 1 ที่แพงที่สุด ไปจนถึง Category 4 ที่ถูกที่สุด แต่มีความผิดปกติด้านราคา เช่น ตั๋ว Category 3 สำหรับเกม USA-ปารากวัย อยู่ที่ 1,120 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.67 หมื่นบาท) ขณะที่ Category 2 สำหรับเกมออสเตรียพบจอร์แดนกลับอยู่ที่ 380 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ราคาเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามระบบ Dynamic Pricing

 

เกมทีมดังราคาพุ่ง รอบรองชนะเลิศแตะ 3.6 แสนบาท

 

แฟนบอลที่ยินดีจ่ายในราคาสูงยังสามารถซื้อตั๋วชมเกมของชาติยักษ์ใหญ่ได้ โดยตั๋วของอาร์เจนตินา ทีมแชมป์เก่าที่มี ลิโอเนล เมสซี เป็นกัปตันทีม อยู่ที่ 2,475-2,925 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.10-9.57 หมื่นบาท) ขณะที่บราซิลอยู่ที่ราว 2,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.53 หมื่นบาท)

 

นัดที่ราคาแพงที่สุดในรอบแบ่งกลุ่มได้แก่ USA-ปารากวัยในวันที่ 12 มิถุนายน รองลงมาคืออาร์เจนตินาพบออสเตรีย เอกวาดอร์พบเยอรมนี, อุรุกวัยพบสเปน และอังกฤษพบโครเอเชีย ขณะที่เกม 17 คู่ในรอบแบ่งกลุ่มขายหมดแล้ว รวมถึงเกมเปิดสนามระหว่างเม็กซิโกพบแอฟริกาใต้

 

สำหรับรอบน็อคเอาต์ ตั๋วนัดชิงชนะเลิศไม่ได้เปิดจำหน่ายทั่วไปแล้ว แต่แฟนบอลที่มีงบราว 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.27 แสนบาท) ยังจองตั๋วรอบรองชนะเลิศได้ โดย Front Category 1 สำหรับเกมที่แอตแลนตาอยู่ที่ 9,660 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.16 แสนบาท) และที่ดัลลัสที่ 11,130 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.64 แสนบาท)

 

ที่น่าตกใจกว่านั้น ในตลาด Resale ของ FIFA เอง มีการนำตั๋วรอบชิงชนะเลิศวันที่ 19 กรกฎาคมที่สนาม MetLife Stadium มาประกาศขายในราคาใบละเกือบ 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 75 ล้านบาท) แม้ตลาดนี้จะเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ใช้ด้วยกันเอง ไม่ใช่ราคาที่ FIFA ตั้งโดยตรง แต่ FIFA ก็ได้ส่วนแบ่งจากการขายต่อทุกครั้งในอัตรา 30%

 

แฟนบอลเดือด FIFA เผชิญฟ้องร้องและคำวิจารณ์

 

กลุ่มแฟนบอลฟุตบอลยุโรป (FSE) วิจารณ์ FIFA ว่าเป็นการ ‘ทรยศครั้งใหญ่’ และเรียกโครงสร้างราคานี้ว่าเป็นการ ‘ขูดรีด’ พร้อมยื่นฟ้องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แฟนบอลยังถูกซ้ำเติมด้วยการที่ FIFA เพิ่มหมวดราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้เวลาแข่ง โดยตั๋วที่เหลือขายส่วนใหญ่อยู่ในหมวดราคาแพง

 

นิก โรซาโต วิศวกรซอฟต์แวร์ในแมสซาชูเซตส์ ที่ติดตามทีมชาติสหรัฐฯ ตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2002 เผยว่าตั๋วถูกที่สุดสำหรับเกมเปิดสนามอยู่ที่ 1,120 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนที่นั่งดีกว่านั้นทะลุ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ “เรากำลังพูดถึงเกมรอบแบ่งกลุ่มนะ ไม่ใช่รอบน็อคเอาต์ มันเหลือเชื่อมาก” โรซาโตกล่าว

 

ขณะที่ แอนดรูว์ ไวน์เฟลด์ ผู้บริหารด้านสาธารณสุขในออร์แลนโด ตัดสินใจซื้อตั๋ว 3 ใบสำหรับเกม USA-ปารากวัย ในราคาใบละ 1,940 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.35 หมื่นบาท) “ขูดรีดอาจเป็นคำที่แรงไป แต่จริงๆ แล้วผมคิดว่ามันคือสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่” เขากล่าว

 

หลังเผชิญกระแสตอบรับเชิงลบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา FIFA ได้ตกลงปล่อยตั๋วราคา 60 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,964 บาท) บางส่วนให้กับ 48 ชาติที่ผ่านเข้ารอบ โดยสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ ได้รับจัดสรรราว 500 ใบต่อนัด

 

FIFA ยอมรับ พร้อมทบทวนกลยุทธ์ตั๋วในปี 2030

 

จานนี อินฟานติโน ประธาน FIFA ปกป้องนโยบายราคา โดยกล่าวในการประชุม FIFA Congress ที่แวนคูเวอร์ว่า “มีตั๋วที่แพงและก็มีตั๋วที่ราคาเข้าถึงได้ สิ่งสำคัญคือรายได้ทั้งหมดที่เราสร้างขึ้นจะกลับไปสนับสนุนวงการฟุตบอลในประเทศต่างๆ”

 

ขณะที่ มาทีอัส กราฟสตรอม เลขาธิการ FIFA ยอมรับว่าจะทบทวนกลยุทธ์การขายตั๋วสำหรับฟุตบอลโลก 2030 โดยระบุว่าราคาตั๋วที่สูงในปี 2026 สะท้อน “สภาพตลาดในอเมริกาเหนือ”

 

พร้อมชี้ว่ารายได้จากฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่คาดว่าจะสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.26 แสนล้านบาท) จะถูกนำไปลงทุนในวงการฟุตบอลทั่วโลกผ่านโครงการ FIFA Forward

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.74 บาท ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2569

 

ภาพ : Alex Photo Stock / Shutterstock

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories