การประชุมสุดยอดระหว่างสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่จะเกิดขึ้นวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางและสร้างความมั่นคงในความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างจีนและสหรัฐฯ
ประเด็นสำคัญ
แม้ว่าสงครามในอิหร่านจะสร้างความซับซ้อนและรบกวนแผนการเจรจาเดิมที่จีนวางไว้ แต่จีนมองว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นได้สร้างสถานการณ์ที่เอื้ออำนวยและช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของจีนบนเวทีโลก โดยจีนเตรียมใช้ข้อได้เปรียบจากตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่และการเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก (Rare earth) เพื่อต่อรองให้สหรัฐฯ คัดค้านการเป็นเอกราชของไต้หวัน ลดข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีระดับสูง และถอดถอนบริษัทจีนออกจากบัญชีคว่ำบาตร
ทำไมจีนอาจถือไพ่เหนือสหรัฐฯ เพราะสงครามอิหร่าน
สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อและยังไม่จบสิ้น อาจส่งผลให้ สีจิ้นผิงถือไพ่เหนือกว่าทรัมป์ในการเจรจา ด้วยเหตุผลหลัก ดังนี้
- ทรัมป์สูญเสียแต้มต่อทางการเมือง
แหล่งข่าว CNN เผยว่า ทรัมป์ตั้งใจจะใช้ชัยชนะอย่างรวดเร็วในสงครามอิหร่านเป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการพบกับสีจิ้นผิง แต่เมื่อสงครามยืดเยื้อและไม่มีความคืบหน้า ทรัมป์จึงไม่ได้รับแต้มต่อตามที่คาดหวังไว้
- สหรัฐฯ ติดหล่มและเผชิญแรงกดดันภายใน
แหล่งข่าว CNN ยังวิเคราะห์อีกว่า แทนที่ทรัมป์จะได้แสดงอำนาจของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ แต่ความขัดแย้งกลับดึงสหรัฐฯ เข้าสู่การเผชิญหน้าที่ไม่ได้รับความนิยมและยากที่จะแก้ไข อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์กำลังเผชิญกับการเลือกตั้งกลางเทอมที่ยากลำบาก เขาจึงต้องการผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างมาก เพื่อนำไปแสดงต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกัน เช่น การผลักดันให้จีนซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ และเครื่องบินโบอิ้งล็อตใหญ่ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองที่จีนจะใช้ต่อรอง
- จีนก้าวขึ้นเป็นผู้สร้างเสถียรภาพระดับโลก
นักวิเคราะห์มองว่า ‘ในขณะที่สหรัฐฯ รบโดยไม่ชนะ แต่จีนกลับชนะโดยไม่ต้องรบ’ จีนได้รับการยอมรับในฐานะเสาหลักแห่งความมั่นคงจากการเรียกร้องสันติภาพและมีส่วนช่วยนำอิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา นอกจากนี้ ด้วยระบบการเมืองที่เน้นการวางแผนระยะยาวและนโยบายพลังงานหมุนเวียน ทำให้จีนพร้อมรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าประเทศอื่น จนได้รับการยกย่องว่า วางตัวเป็น ‘ผู้ใหญ่’ ในสถานการณ์นี้
- ผลลัพธ์ที่เป็นใจต่อปักกิ่ง
แม้ในตอนแรกจีนจะกังวลว่า หากอิหร่านพ่ายแพ้ อาจเกิดรัฐบาลใหม่ที่ฝักใฝ่ตะวันตกซึ่งจะกระทบต่อผลประโยชน์ของจีนในตะวันออกกลาง แต่เมื่อสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ กลับกลายเป็นว่า ผลลัพธ์ในปัจจุบันเอื้อประโยชน์ต่อประเทศจีนเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม แม้แหล่งข่าวฝั่งจีนจะมองเห็นความได้เปรียบดังกล่าว แต่ก็มีมุมมองที่แตกต่างออกไป เช่น วิลเลียม ไคลน์ อดีตนักการทูตสหรัฐฯ ซึ่งประเมินว่า สงครามอิหร่านไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างมีอำนาจต่อรองซึ่งกันและกันในด้านการค้าและการลงทุนอยู่แล้ว
แฟ้มภาพ: Andrew Harnik / Getty Images
อ้างอิง:
- https://edition.cnn.com/2026/05/04/china/china-us-talks-iran-intl-hnk
- https://www.reuters.com/world/asia-pacific/trump-calls-xi-meeting-important-trip-says-us-leads-ai-2026-05-04/


