แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนกว่าๆ หลังจากที่ BTS คัมแบ็กพร้อมกับอัลบั้มใหม่ในรอบเกือบ 4 ปีอย่าง ARIRANG แต่ตอนนี้ก็ต้องบอกว่ากระแสของอัลบั้มนี้ยังไม่มีทีท่าจะแผ่วลง และยังคงแสดงให้เห็นถึงนิยามของคำว่า ‘ว่ายไปข้างหน้า’ เหมือนกับชื่อเพลง SWIM อย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญ
เนื่องจากอัลบั้ม ARIRANG ไม่ได้เพียงแค่ประสบความสำเร็จบนชาร์ตเพลงใหญ่ๆ เท่านั้น แต่เพลงของพวกเขาเข้าไปอยู่ในใจของผู้ฟังหน้าใหม่มากมายทั่วโลก ทั้งยังจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับแฟนๆ ผ่านเนื้อเพลงสุดลุ่มลึกอีกด้วย
อัลบั้มนี้ยังเปรียบเป็นประตูบานใหม่ที่พาผู้ฟังไปทำความรู้จักกับความเป็นเกาหลีอันเป็นรากเหง้าของพวกเขา ซึ่งเราจะได้ค้นพบกับองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่สะท้อนถึงความเป็นศิลปะและวัฒนธรรมของเกาหลีในท่วงทำนอง ในเสียงดนตรี หรือแม้แต่ในงานภาพต่างๆ ที่ช่วยนิยามว่าตัวตนของ BTS คืออะไร และพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างไรจากประสบการณ์ต่างๆ ที่แต่ละคนได้เรียนรู้มาจากช่วงเวลาที่หยุดพักวงไปก่อนหน้านี้
ในทางเดียวกัน การกลับมาของพวกเขายังสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศเกาหลีใต้ เพราะแฟนๆ ชาว ARMY จากหลากหลายประเทศทั่วโลกก็เลือกเดินทางมายังกรุงโซลเพื่อมาสัมผัสประสบการณ์การคัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ของพวกเขาที่เมืองแห่งนี้ เพราะไม่ว่าเราจะเดินทางไปจุดไหน เราก็จะเห็นคำว่า BTS อยู่เสมอนั่นเอง
THE STANDARD POP จึงอยากจะชวนทุกคนไปร่วมสำรวจคลื่นลมและแรงกระเพื่อมที่ BTS สร้างขึ้นในตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผ่านคอลัมน์ POP PULSE ว่าพลังของเสียงดนตรีในอัลบั้ม ARIRANG ช่วยขับเคลื่อนศิลปะ วัฒนธรรม และเมืองในเกาหลีใต้ให้พัฒนาอย่างไร คอนเสิร์ตกลายเป็นกลไกที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้จริงหรือไม่ และพวกเขากำลังสร้างความเคลื่อนไหวอะไรในโลกป๊อปคัลเจอร์ พร้อมแล้วมาดูไปพร้อมกันเลย

ARIRANG ประตูสู่วัฒนธรรมเกาหลี
เพียงแค่เราได้เห็นคำว่า ‘ARIRANG’ จากการประกาศของ BTS ก็เป็นอันเข้าใจได้ทันทีว่าผลงานใหม่ของการคัมแบ็กในรอบเกือบ 4 ปีนี้ของ BTS จะพาเรากลับไปสำรวจรากเหง้าความเป็นเกาหลี ทั้งในเชิงวัฒนธรรม เสียงดนตรี หรือแม้แต่ตัวตนของพวกเขาเอง
ARIRANG กลายเป็นประตูบานใหม่ที่เปิดให้ผู้ฟังเข้าไปทำความรู้จักกับวัฒนธรรมเกาหลี เพราะ ‘อารีรัง’ เป็นแนวดนตรีพื้นบ้านที่เป็นเสียงแทนความรู้สึกของคนเกาหลีมาหลายชั่วอายุคน ยิ่งพวกเขาใช้แซมเปิลและใช้เสียงนักร้องพื้นบ้านในเพลง Body to Body, การใช้เสียงฆ้องอายุ 1,200 ปีที่เป็นสมบัติชาติลำดับที่ 29 ในเพลง No.29, การอ้างอิงถึงนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเอกราชอย่าง Kim Gu ในเพลง Aliens ต่างก็ทำให้ผู้คนอยากรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์เกาหลีกันมากขึ้น
แม้แต่ในมิวสิกวิดีโอเพลง 2.0 พวกเขาก็หยิบยกแรงบันดาลใจการสร้างฉากแอ็กชันมาจากหนังในตำนาน Oldboy ของผู้กำกับมากฝีมือชาวเกาหลีใต้ Park Chan Wook และเพลง Hooligan ก็มีฉากรำดาบเกาหลีและร่วมงานกับนางแบบสายเลือดเกาหลีชื่อดังอย่าง Soo Joo Park
ดังนั้นเราจึงจะเห็นได้ว่าการกลับมาของ BTS ในครั้งนี้มีการเติบโตมากขึ้น เพราะพวกเขาประกาศตัวตนของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนผ่านเสียงเพลงว่าพวกเขาคือใคร ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอรากฐานความเป็นวัฒนธรรมเกาหลีให้ทั่วโลกเห็นอีกด้วย

เสียงดนตรีที่คอยขับเคลื่อนโลกของสตรีมมิ่ง
หลังจากที่พวกเขาปล่อยอัลบั้ม ARIRANG ออกมา สตรีมมิ่งเพลง Spotify ก็เปิดเผยว่า พวกเขามีผู้ฟังหน้าใหม่ (first-time listeners) เข้ามาฟังผลงานใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 690% ในขณะที่ผลงานเพลงแต่ละแทร็กนั้นก็ถูกเพิ่มเข้าสู่เพลย์ลิสต์ผู้ใช้กว่า 11.7 ล้านครั้ง และแน่นอนว่าหลังจากพวกเขาขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่กรุงโซล ยอดสตรีมอัลบั้มนี้ก็เพิ่มขึ้นกว่า 120% ภายในชั่วโมงนั้นทันที
BTS ไม่ได้ทำสถิติแค่บนชาร์ตเพลงหรือสตรีมมิ่งเพลงเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนความนิยมของ Netflix ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะหลังจากที่สตรีมมิ่งรับหน้าที่เป็นคนถ่ายทอดสดโชว์คัมแบ็ก BTS THE COMEBACK LIVE | ARIRANG โชว์คอนเสิร์ตของพวกเขาก็ขึ้นอันดับ 1 ใน 24 ประเทศทั่วโลก และ Top 10 ในอีก 80 ประเทศ ทั้งยังมีผู้ชมรวมสูงถึง 18.4 ล้านคนทั่วโลก ดังนั้นด้วยความนิยมของ BTS ร่วมกันกับปัจจัยอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เช่น การถ่ายทอดสดเบสบอลของญี่ปุ่น การเติบโตของอินเดีย) ส่งผลให้สตรีมมิ่งมีรายได้จากค่าสมาชิกสูงกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ และผลักดันให้รายได้ไตรมาสแรกของ Netflix จากฝั่งเอเชียสูงขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 20%

Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่ทรงพลัง
การคัมแบ็กของพวกเขาในครั้งนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเกาหลีพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสื่ออังกฤษ The Independent รายงานว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกาหลีใต้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 2.06 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส่งผลให้ไตรมาสแรกมียอดรวมนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4.76 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า)
สิ่งที่น่าสนใจก็คือนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้เที่ยวแค่ในกรุงโซลเท่านั้น แต่พวกเขาก็ยังถือโอกาสเที่ยวในเมืองอื่นๆ ในประเทศด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าพลังของ BTS สามารถดึงดูดให้ผู้คนมาท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ และอุตสาหกรรมเคป๊อปยังคงทรงพลังเป็นอย่างมากในยุคนี้
บัตรเครดิตเกาหลี Hana Card ยังเปิดเผยว่าชาวต่างชาติกว่า 30,000 คนที่ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต BTS ใช้เงินเฉลี่ยกันคนละ 1.85 ล้านวอน (ประมาณ 50,000 บาท) และถ้าหากรวบรวมข้อมูลของทุกคนตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม – 12 เมษายน 2026 พวกเขาก็ใช้จ่ายรวมกันผ่านบัตรเครดิตประมาณ 55,500 ล้านวอนอีกด้วย ดังนั้นก็ต้องบอกว่าการคัมแบ็กของ BTS ครั้งนี้สร้างเม็ดเงินให้ประเทศเกาหลีใต้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

BTS THE CITY ARIRANG พื้นที่แห่งศิลปะและเสียงดนตรี
อีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์สำคัญที่พวกเขาสร้างขึ้นในช่วงคัมแบ็กก็คือการเนรมิตเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานศิลปะกับดนตรีด้วยโปรเจกต์ BTS THE CITY ARIRANG ที่โซลกลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาสำรวจเรื่องราวของ ARIRANG ผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงโซลแบบ Immersive Experience
โดย Maeil Business เปิดเผยรายงานสรุปผลหลังโปรเจกต์ BTS THE CITY ARIRANG ในกรุงโซลเปิดตัวครบหนึ่งเดือน พบว่ามีตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะที่ ประตูซงนเยมุน ซึ่งมีผู้มาเยือนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติถึง 73% จากอานิสงส์ของการจัดแสดงฉายภาพ (Media Facade) บนโบราณสถาน ในขณะที่พื้นที่กิจกรรมหลักอย่าง จัตุรัสทงแดมุน (DDP) ก็คึกคักไม่แพ้กัน โดยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 86% ตอกย้ำอิทธิพลของวงที่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างมหาศาล

ในกรุงโซลยังมีกิจกรรมเด่นๆ ทั่วเมืองอีกหลายอย่าง เช่น โชว์โดรนแปรอักษรในสวนสาธารณะ โชว์ไฟที่สะพานบันโพ นิทรรศการ SWIM ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (MMCA) การเปลี่ยนบันไดสถานีรถไฟให้คล้ายสระว่ายน้ำ และคลองชองกเยซอนก็มีการตกแต่งด้วยคำว่า KEEP SWIMMING และ Love Song Lounge ที่ยออีโด
พวกเขายังกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยรถบัสที่ตกแต่งด้วยโลโก้อัลบั้ม โดยรถบัสเหล่านี้ก็วิ่งผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองมากมาย เช่น ควังฮวามุน, ตลาดนัมแดมุน, ตึกของ HYBE และพระราชวังเคียงบกกุง ซึ่งยอดผู้ใช้บริการรถบัสก็เพิ่มขึ้น 20% จากระดับปกติ และแฟนๆ ก็เก็บตั๋วรุ่นพิเศษนี้ไว้เป็นที่ระลึกเช่นกัน
หลังจากนี้ พวกเขาจะเตรียมตัวขยายโปรเจกต์ BTS THE CITY ARIRANG ไปยังเมืองอื่นๆ เช่น ปูซาน (ในช่วงเดือนมิถุนายน 2026) และลาสเวกัส (ในเดือนพฤษภาคม 2026) ดังนั้นจึงถือได้ว่าการคัมแบ็กนี้ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของชาร์ตเพลง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การผลักดันศิลปะและวัฒนธรรมเกาหลีใต้ ตลอดจนเป็นการนำเสนอตัวตนของวงให้โลกได้เห็นเช่นกัน

ปรัชญาชีวิตที่ซ่อนไว้ในบทเพลง
อัลบั้ม ARIRANG ของ BTS ไม่ได้เป็นแค่เพียงความบันเทิงที่ฟังเพลินชั่วคราว แต่พวกเขากลับเลือกให้ความสำคัญกับความเป็น ‘ปรัชญาชีวิต’ ด้วยการปล่อยสารคดีโปรโมตคอนเซปต์หลักของอัลบั้มที่มีชื่อว่า ‘KEEP SWIMMING with BTS’ โดยพูดถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเหมือนกันกับเพลง SWIM ทั้งยังสื่อสารไปยังผู้ชมว่า ‘จงว่ายน้ำต่อไปข้างหน้าด้วยจังหวะของตัวเอง แม้ว่าชีวิตจะส่งคลื่นลมซัดสาดมาหาเราก็ตาม’
พวกเขาสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟนๆ ด้วยการเชิญชวนให้บุคคลระดับตำนานของวงการมาแบ่งปันเรื่องราวของ ‘ผู้ที่ไม่ยอมแพ้’ เพื่อให้ผู้คนเห็นคุณค่าของการทำสิ่งต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานหนัก การทำสิ่งเดิมซ้ำๆ หรือการฝึกซ้อมที่คนไม่ค่อยเห็นก็ตาม
ในแคมเปญสารคดีนี้มีเหล่าปรมาจารย์จากหลากหลายแขนงมาร่วมพูดคุย อาทิ ผู้กำกับ Park Chan Wook ที่มาพูดคุยถึงเรื่องความสำคัญของคำว่า ‘บทสนทนา’ ทั้งในเชิงของการสื่อสาร การรู้จักฟัง รู้จักถาม และการไปพบปะผู้คนเพื่อให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น รวมทั้ง Nora Noh ดีไซเนอร์คนแรกของเกาหลีใต้ที่เธอย้ำกับผู้ฟังว่า ‘เราต้องพยายามจนกว่าเราจะได้ลองทำดูสักตั้ง เพราะไม่มีใครบังคับอะไรเราได้’ ไปจนถึง Choi Ga On นักสโนว์บอร์ดทีมชาติที่มาแชร์ประสบการณ์การเอาชนะอุปสรรคในชีวิตในแบบของนักกีฬา เป็นต้น
ทั้งหมดนี้ล้วนตอกย้ำว่าความสำเร็จของอัลบั้ม ARIRANG ไม่ได้ถูกนิยามอยู่แค่เรื่องชาร์ตเพลงหรือตัวเลขด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป้าหมายจริงๆ ของพวกเขาก็คือการสร้างแรงบันดาลใจและการจุดประกายไฟความหวังให้กับผู้คนอีกครั้งนั่นเอง

Park Chan Wook / KEEP SWIMMING with BTS
เวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์
ในขณะนี้ BTS กำลังอยู่ในช่วงเริ่มเดินสายออกทัวร์ ARIRANG World Tour เพื่อไปพบปะกับแฟนๆ ทั่วโลก (รวมทั้งทัวร์คอนเสิร์ตในบ้านเราที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้) แต่ตอนนี้พวกเขาก็สร้างตำนานแล้วจากการเป็นทัวร์ที่เปิดการแสดงมากที่สุดสำหรับศิลปิน K-pop จากการทัวร์ 85 โชว์ ใน 34 เมืองทั่วโลก ส่วนบัตรคอนเสิร์ตที่เปิดขายไปแล้วในหลายๆ เมืองก็ขายหมดภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดขาย
ยิ่งย้อนไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีหญิงของเม็กซิโกเองยังเคยติดต่อไปยังผู้นำเกาหลีใต้ว่าอยากให้วง BTS ช่วยเพิ่มรอบคอนเสิร์ตในฝั่งละตินอเมริกาด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่สะท้อนว่าพวกเขาคือวงที่สร้างปรากฏการณ์สำคัญให้กับโลกป๊อปคัลเจอร์จริงๆ
เป็นที่น่าติดตามว่าหลังจากทัวร์นี้สิ้นสุดแล้ว พวกเขาจะสร้างสถิติอะไรให้เราได้ทึ่งกันอีก แต่เชื่อว่าทัวร์ ARIRANG จะเป็นหนึ่งในตำนานสำคัญของวงการดนตรีแน่นอน

ภาพ: Big Hit Music
อ้างอิง:
- https://www.mk.co.kr/en/musics/12023021
- https://www.independent.co.uk/travel/news-and-advice/bts-south-korea-concerts-china-b2958758.html
- https://asia.nikkei.com/business/media-entertainment/asia-drives-netflix-revenue-in-q1-fueled-by-bts-and-baseball#
- https://indianexpress.com/article/explained/explained-culture/arirang-bts-korean-references-history-meaning-10623742/
- https://www.chosun.com/english/kpop-culture-en/2026/04/07/6426HSFHXVHFZO5N52AH4ZOPUU/

