×

เบื้องหลังการปั้น ‘ครึ่งเก้า GROUP’ ของ โอม-ปัณฑพล พลิกนิยามค่ายเพลงสู่ ‘ธุรกิจบริการ’ ชูโมเดลพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน-เลิกค่านิยมนายทุนเป็นใหญ่

30.04.2026
  • LOADING...
โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเพลงไทย ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างธุรกิจเพลงยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน หลังการเปิดตัวค่ายเพลงใหม่ บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด ภายใต้การบริหารของ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ซึ่งประกาศวิสัยทัศน์วางตำแหน่งค่ายเพลงเป็น ‘ธุรกิจบริการ’ ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การบริหารและพัฒนาศิลปิน ไปจนถึงการลงทุน จัดคอนเสิร์ต อีเวนต์ และงานบันเทิงหลากหลายรูปแบบ

 

โอม-ปัณฑพล ฉายภาพถึงจุดเริ่มต้นของชื่อ ‘ครึ่งเก้า GROUP’ ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละคร ‘โครันเซ’ ในการ์ตูนเรื่อง จอมโหดกระทะเหล็ก ซึ่งมีแนวคิดว่าการทำอาหารคือการล่วงหน้าครึ่งก้าว หรือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ก่อนนำมาปรับใช้กับงานสื่อและดนตรี

 

โดยมองว่าการนำหน้าผู้บริโภคมากเกินไปอาจทำให้ผู้ฟังตามไม่ทัน ขณะที่การตามหลังย่อมทำให้ตกเทรนด์ ดังนั้น การล่วงหน้าเพียงครึ่งก้าว จึงเป็นจุดสมดุลที่เหมาะสม และกลายเป็นที่มาของชื่อ ครึ่งเก้า ซึ่งเลือกใช้คำพ้องเสียง เนื่องจากชื่อเดิมถูกใช้จดทะเบียนไปแล้ว

 

ในมุมมองต่อบทบาทของค่ายเพลง โอมกล่าวว่า แม้ปัจจุบัน ‘ค่ายเพลง’ จะไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ด้วยความหลากหลายของทักษะในแต่ละบุคคล ค่ายยังคงมีบทบาทในฐานะผู้สนับสนุนศิลปิน โดย ครึ่งเก้า ได้วางโครงสร้างองค์กรให้เป็นธุรกิจบริการ ทำหน้าที่ในฐานะพาร์ตเนอร์ ดูแลศิลปินเสมือนลูกค้า เพื่อรักษามาตรฐานการทำงาน

 

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนจะมีความยืดหยุ่นตามความต้องการของศิลปิน และค่ายไม่ได้มุ่งให้ผู้ฟังจดจำชื่อค่าย แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างการจดจำที่ตัวศิลปินเป็นหลัก โดยอาศัยทีมงานเบื้องหลังที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยขับเคลื่อน

 

ด้านการบริหารจัดการ ครึ่งเก้า GROUP เปิดโอกาสให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับภาระที่ไม่ถนัด พร้อมยึดขอบเขตบริการที่ตกลงกันอย่างชัดเจนและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างความโปร่งใสด้านข้อมูล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาระบบกลางที่รวบรวมข้อมูลสำคัญไว้ในที่เดียว

 

ไม่ว่าจะเป็นตารางงาน, รายได้, แผนงาน, สัญญา, สิทธิประโยชน์ รวมถึงพอร์ตโฟลิโอและทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปิน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี ซึ่งจะช่วยลดข้อสงสัยและเพิ่มความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

 

โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน 1

 

“บริษัทไม่ได้อยู่ในฐานะผู้อุปถัมภ์ เลิกคิดว่านายทุนที่ลงเงินเป็นใหญ่ เพราะศิลปินเองก็มีมูลค่าเป็นตัวเงินเช่นเดียวกัน อยากให้ลบภาพนั้นและมองว่าเราคือผู้ลงทุนร่วมกันทั้งสองฝ่าย” ผู้บริหารค่ายย้ำ

 

สำหรับการพัฒนาศิลปินหน้าใหม่ ยอมรับว่าการกำหนดระยะเวลาความสำเร็จในปัจจุบันทำได้ยาก เนื่องจากต้องแข่งขันกับคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ถึงอย่างนั้น ทีมงานจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์เพื่อลดระยะเวลาให้สั้นที่สุด เนื่องจากโมเดลการปั้นศิลปินระยะยาวแบบในอดีตอาจไม่สอดคล้องกับต้นทุนธุรกิจ ดังนั้น ปัจจัยสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างกระแสไวรัลและการสร้างคอมมูนิตี้แฟนคลับ และในช่วงเวลาเดียวกัน ความสุขของศิลปินยังถูกยกให้เป็นหัวใจหลักของการทำงาน

 

ในมิติการบริหารความเสี่ยง ธุรกิจเพลงถูกเปรียบเทียบกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้แนวคิดการจัดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง ความสำเร็จของค่ายจึงไม่จำเป็นต้องเกิดจากศิลปินทุกคน แต่สามารถชดเชยกันได้จากศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงเพียงบางราย และยังต้องคำนึงถึงวงจรชีวิตของศิลปิน และการจัดสรรงบประมาณด้าน R&D เพื่อรองรับการพัฒนาในระยะยาว

 

เบื้องต้น ค่ายจะให้ความสำคัญกับการจัดระบบภายในและดูแลศิลปินที่อยู่ภายใต้ 4 ค่ายในเครือ ได้แก่ ค่าย BRIDGE มี 19 ศิลปิน ได้แก่ Three Man Down, Tilly Birds, Flure, The Darkest Romance, AYLA’s, ASIA7, Jigsaw Story, Hard Boy, ADORA, NINEOKMAI, QEETHA, fit aroon, Par-T, Famoso, M DAOSAI, ossey, AYEJAY, Dena Euprasert และ miller

 

โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน 2

 

ตามด้วยค่าย 9Arkkhan ก่อตั้งโดย จ๋าย อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี โดยมี 8 ศิลปินภายใต้สังกัดได้แก่ Little John, manutsawee, สามานย์, วิจิตรชน, มาณพ, Gandharva, PINKIE และศิลปินใหม่ที่แฟนเพลงคุ้นหน้าคร่าตากันเป็นอย่างดีที่เข้ามาเป็นพี่ใหญ่สุดของค่ายอย่าง วง ไททศมิตร

 

ถัดมาคือค่าย MACHg นำทีมบริหารโดย ก้อง ห้วยไร่ และ แบงค์ รัฐวิชญ์ ประกอบไปด้วยศิลปินหน้าใหม่ ได้แก่ หนุ่ม ใจแสน, ชาชม เสาวคนธ์, วิว วัลนิกา, กอกี้ กวิสรา และ ปราง ปรางทิพย์

 

และค่าย Ennead นำโดย โอม ปัณฑพล และปอนด์ กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้บริหารจาก BeOnCloud บริษัทผู้ผลิตซีรีส์และภาพยนตร์ชื่อดัง โดยค่าย Ennead มีแนวคิดพัฒนาศิลปินยุคใหม่ให้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียงนักร้อง แต่สามารถต่อยอดสู่บทบาทในอุตสาหกรรมบันเทิงได้อย่างหลากหลาย ทั้งนี้ ศิลปินจากรายการ True Academy Fantasia 2026 จะได้รับโอกาสในการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด Ennead เพื่อเข้าสู่เส้นทางการทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

 

โอม-ปัณฑพล ผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP อธิบายโมเดลธุรกิจเพลงแบบพาร์ตเนอร์ร่วมลงทุน 3

 

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือแนวคิดการจัดการลิขสิทธิ์อย่างเป็นธรรม โดยกำหนดให้ มาสเตอร์ เป็นของค่าย ขณะที่ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์ ซึ่งผู้บริหารเปรียบว่าเป็นการซื้อใจศิลปิน แม้มีความเสี่ยงเมื่อหมดสัญญา แต่อีกทางก็ช่วยสร้างความไว้วางใจในระยะยาว พร้อมกันนี้ ยังเน้นความยืดหยุ่นในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปิน โดยเฉพาะศิลปินหน้าใหม่ ได้มีเวทีแสดงและต่อยอดรายได้ในอนาคต

 

โดยปัจจุบัน โมเดลรายได้ในวงการเพลงกระจายออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ การแสดงสด, การจำหน่ายสินค้า, รายได้จากลิขสิทธิ์ และงานจ้างอื่น เช่น อินฟลูเอนเซอร์หรือพรีเซนเตอร์

 

ผู้บริหารค่ายกล่าวถึงเป้าหมายระยะยาวว่า ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตของธุรกิจ แต่ต้องการวางรากฐานให้อุตสาหกรรมเพลงไทยแข็งแรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของศิลปิน และเปิดโอกาสให้แข่งขันในตลาดต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้ศึกษาต้นแบบจากประเทศที่อุตสาหกรรมเพลงแข็งแกร่ง เช่น เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทไทย

 

ขณะเดียวกัน ยังสะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมดนตรีและคอนเสิร์ตว่า กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว แต่มองว่าความต้องการบริโภคความบันเทิงยังคงมีอยู่ และในมุมของผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการลดงบการจัดทำมิวสิกวิดีโอ หรือหันไปใช้โปรดักชันคอนเสิร์ตแบบมินิมอล รวมถึงเปิดรับความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อรวมทรัพยากรและขยายขนาดอุตสาหกรรม

 

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าลบภาพจำอาชีพศิลปินที่ในอดีตถูกมองว่าเต้นกินรำกิน โดยชี้ว่าความไม่มั่นคงเกิดจากการพึ่งพาเทรนด์และสื่อเป็นหลัก ขณะที่พฤติกรรมผู้ฟัง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 12-27 ปี มีแนวโน้มเปิดรับสิ่งใหม่สูง ก่อนจะเริ่มยึดติดกับรสนิยมเดิมเมื่ออายุมากขึ้น

 

ท้ายที่สุด ความท้าทายสำคัญของวงการคือความเข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน แฟนคลับ หรือผู้จัดเก็บลิขสิทธิ์ โดยเป้าหมายของครึ่งเก้า GROUP คือการสร้างระบบและการสื่อสารที่ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories