Matthieu Blazy เดินหน้าครีเอตโมเมนต์ที่น่าจดจำสำหรับประวัติศาสตร์แฟชั่นอีกครั้งกับรันเวย์ CHANEL Cruise 2026/27 ซึ่งเป็น Cruise Collection แรกของเขาในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ โดยสำหรับ Destination Show ครั้งที่สองของ Matthieu ต่อจากคอลเล็กชัน Metiers D’Art ที่ไปจัดที่นิวยอร์กช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว คราวนี้เขาก็ขอกลับมายังจุดเริ่มต้นการเปิดห้องเสื้อกูตูร์แรกในชีวิตของของ Gabrielle Chanel ณ เมืองบียาริตส์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 1915
โดยแฟชั่นโชว์ CHANEL Cruise 2026/27 ได้จัด ณ อาคาร Casino Barrière Biarritz ติดชายทะเลใจกลางเมืองบียาริตส์ ซึ่งทางแบรนด์ก็ได้ Takeover ทั้งตึก พร้อมปรับเปลี่ยนด้านในให้จำลองเป็นเหมือนบูติกของ CHANEL ที่ล้อมรอบไปด้วยกระจก พรมสีเบจ และ เฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งด้วยชิ้นงานรูปปั้นต่างๆ เหมือนในอพาร์ตเมนต์ของ Gabrielle Chanel ณ 31 Rue Cambon ในปารีส
CHANEL Cruise 2026/27 มีทั้งหมดกว่า 70 ลุค ซึ่งเปิดด้วยลุค Little Black Dress ที่ได้ตีความใหม่เพื่อฉลองอายุครบ 100 ปีของเดรสตัวนี้ที่ Gabrielle Chanel ได้ดีไซน์และสามารถปฏิวัติสังคมได้อย่างไม่รู้จบ ซึ่ง Matthieu ก็ได้เปรียบเทียบว่าชุดนี้คือ Prototype ของ “Revenge Dress” ส่วนลุคอื่นๆ ก็สะท้อนความเหนือจินตนาการของ Matthieu Blazy ที่อยากสนุกของคอนเซปต์ Sporty Allure ตามดีเอ็นเอเสื้อผ้า CHANEL, เล่นกับ Freedom of Movement เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนมีเสรีภาพในการแต่งตัว, นำงานดีไซน์ยุค Art Deco ที่เห็นรอบๆ เมืองบียาริตส์มาผสมผสาน และ รวมถึงยังนำความเป็น Under The Sea เอาเรื่องราวของนางเงือกมาเล่นครั้งแรกที่ CHANEL อีกด้วย
ส่วนบรรดาแอ็กเซสซอรีก็มีไฮไลต์เป็นรองเท้าบูตยางที่มาในสี Colorblocking, ต่างหูเปลือกหอยที่มาทั้งแบบสีทองและสีส้ม, กระเป๋าสาน Raffia ลายแบบโอเวอร์ไซส์ที่ใส่เอกสารทั้งชีวิตได้ และยังมีหมวกทรงว่ายน้ำที่ประดับด้วยโลโก้ CC โดย คอลเล็กชันนี้ทาง Matthieu ก็ถือว่าใช้โลโก้ CC มากสุดเท่าที่เคยทำมา ซึ่งก็น่าจะช่วยขับเคลื่อนเรื่องการขายได้อย่างดี เพราะคอลเล็กชัน Cruise จะวางขายยาวนานสุดในร้านหากเทียบกับซีซันอื่นๆ
ท้ายสุดแล้ว ตอนนี้ Matthieu Blazy ก็ถือว่าดีไซน์ครบทุกคอลเล็กชันหลักของ CHANEL ทั้ง Ready-to-Wear, Haute Couture, Metiers D’Art และ Cruise ซึ่งก็ต้องบอกว่าในระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน การที่ Matthieu สามารถกวาดคำชื่นชมและประสบความสำเร็จขั้นนี้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมแฟชั่นที่กำลัง Slow Down ก็ถือว่าเขานี่แหละน่าจะเป็นวีรบุรุษตัวจริงคนต่อไปของวงการ








ภาพ: Courtesy of CHANEL

